Tag-Archive for ◊ เบาหวาน ◊

07 ส.ค. 2016 สมุนไพรช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน

160807

 

ปัจจุบันโรคเบาหวานคุกคามคนไทยเป็นจำนวนมาก พืชผักใกล้ตัวเรานี่แหละ ที่จะสามารถช่วยบรรเทาและเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อย่างดี ถึงแม้จะยังไม่เป็นก็สามารถหารับประทานเพื่อสุขภาพไว้ก่อนได้

สมุนไพรช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน

1. กระเจี๊ยบ ชงรับประทานกับน้ำ ใช้รักษาโรคเบาหวานและกระเพาะอาหาร

2. กระเพรา โดยนำใบกระเพรามาตากแห้งชงดื่มแทนน้ำ

3. ขนุน นำใบขนุนแก่ 5-10 ใบ มาต้มในน้ำ เคี่ยวนาน 30 นาทีนำมาดื่มเช้า-เย็นก่อนอาหาร

4. ขิง ใช้เห้งาขิง แก่สด มาคั้นน้ำให้ได้ครึ่งถ้วย ต้มกินน้ำ

5. คึ่นไฉ่ ใช้ต้น ก้าน ใบ นำมา 1กำมือ ต้มน้ำดื่ม หรือคั้นน้ำ ทำเป็นน้ำสมุนไพรดื่ม เช้า –เย็น

6. ชะพลู ใช้ชะพลูสด ล้างน้ำให้สะอาด ต้มให้เดือด นำมาดื่ม

7. เตยหอม วิธีใช้ นำรากเตยหอม 1 กำมือ ต้มน้ำดื่ม เช้า – เย็น

8. น้ำเต้า นำใบแห้ง 1 กำมือมาชงกับนำร้อนเป็นชาดื่มแทนน้ำตลอดวัน

9. ฟ้าทะลายโจร ใช้ทั้งต้นและใบสด 1 กำมือมาต้มน้ำ เคี่ยวนาน 30 นาทีแบ่งดื่ม เช้า-เย็น

10. มะตูม นำใบมะตูมแก่ 1 กำมือ มาต้มน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวนาน 15-20 นาทีนำมาแบ่งดื่มตลอดวัน

11. มะขามป้อม วิธีใช้ นำผลสดมาตำแล้วคั้นน้ำดื่มผสมเกลือดื่มเช้า-เย็น

12. มะม่วงหิมพานต์ วิธีใช้ เปลือกต้น ส่วนในนำมาต้มดื่มเช้า-เย็น

13. แมงลัก กินหลังอาหาร วันละ 3 ครั้ง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

14. ลูกใต้ใบ นำใบและต้น 1-2 กำมือ มาต้มกับน้ำ 3 แก้วแบ่งดื่มเช้าเย็น

15. ว่านหางจระเข้ วิธีใช้ ใช้เนื้อวุ้นสดขนาด 2×2 นิ้ว กินวันละ3 ครั้ง ระหว่างมื้ออาหาร

16. หญ้าใต้ใบ นำทั้งต้นและใบ 1กำมือ มาต้มดื่ม 3 แก้วเคี่ยวนาน 30 นาที ดื่ม เช้า-เย็น ก่อนอาหาร

17. มะรุม วิธีใช้ นำรากสด 90-120 กรัม ทุบให้แหลก ต้มน้ำดื่มตอนเช้า-เย็น

18. รากสามสิบ วิธีใช้ นำราก 90-100 กรัม มาต้มน้ำดื่มวันละครั้งตอนเช้า

19. โหระพา วิธีใช้ นำทั้งใบ ต้น 1 กำมือ ต้มน้ำดื่มเช้า- เย็น ก่อนอาหาร

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือ สมุนไพร 150 ชนิดบำบัดเบาหวานโดยเภสัชกรหญิง จุไรรัตน์

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

04 ส.ค. 2016 ฟักทอง ลองเลย..ดี๊ดี!

160804

 
ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ฟักทอง เป็น “ตัวช่วย” ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ลองดูนะคะ  :)  
——————————————
การมีสุขภาพที่ดี หุ่นสวย Fit & Firm ไม่ไช่เรื่องยาก
แค่ลงมือทำ มีโภชนาการที่ดีและวิธีที่ถูกต้อง 
โภชนาการ 80% ออกกำลังกาย 20%
——————————————
cr. bangkok hospital

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

 

25 พ.ค. 2014 6 ผักสมุนไพรไทยใกล้ตัว ลดน้ำตาล-ต้านเบาหวาน

140525

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชู 6 ผักสมุนไพรไทยใกล้ตัว ช่วยลดน้ำตาลในเลือดและต้านโรคเบาหวาน อันได้แก่ ตำลึง มะระขี้นก วุ้นว่านหางจระเข้ กะเพรา ใบหม่อน และใบบัวบก

วิธีการรับประทานผักสมุนไพร 6 ชนิด ต้านเบาหวาน มีดังต่อไปนี้ 

“ตำลึง” 
ใช้เถาแก่ๆ ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ หรือน้ำคั้นจากผลดิบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ สำหรับการรับประทานในรูปแบบของแกงจืด จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่า จะมีผลในการลดสาระสำคัญในตำลึงที่ช่วยลด น้ำตาลในเลือดหรือไม่ 

“มะระขี้นก” 
หั่นเนื้อมะระตากแห้งชงน้ำดื่ม หรือรับประทานผลสดครั้งละ 6-15 กรัม หรือคั้นน้ำจากผลสด 1 ผลแล้วดื่ม 

“วุ้นว่างหางจระเข้” 
ใช้วุ้นว่านหางจระเข้หั่นสดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาปั่น แล้วรับประทานวันละ 2 ครั้ง

“กะเพรา”
นำใบกะเพราตากแห้ง 2-5 กรัมละลายน้ำแล้วดื่ม

“ใบหม่อน” 
มีสาระสำคัญในการลดน้ำตาลในเลือด โดยสารชนิดนี้จะออกมาได้ดีเมื่อนำไปชงแบบชา ทิ้งไว้ 3-5 นาที ซึ่งสารชนิดนี้ช่วยยับยั้งเอนไซม์ย่อยน้ำตาล การดูดซึมกลูโคสลด ระดับน้ำตาลในร่างกายก็จะลดลงด้วย

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลและหายช้ากว่าคนปกติทั่วไป มีการวิจัยพบว่า “บัวบก” สามารถเร่งการหายของแผลได้เร็วขึ้น โดยปั่นน้ำบัวบกเข้มข้นดื่มต่างน้ำ

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่กินสมุนไพรในการช่วยลดน้ำตาลในเลือด ควรแจ้งให้แพทย์แผนปัจจุบันที่ทำการรักษาด้วย เนื่องจากบางครั้งแพทย์อาจจะจัดยาให้ในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว เมื่อรับประทานผักหรือสมุนไพรควบคู่ด้วย ก็อาจทำให้น้ำตาลลดมากเกินไปอีกเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก, home.truelife.com
ขอบคุณรูปจาก home.truelife.com

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

01 ต.ค. 2013 สาเหตุของโรคอ้วน

7903_447385335374002_579728158_n

อาหารกับพลังงานมีความสัมพันธ์กัน ถ้ารับประทานอาหารเข้าไปมากๆ จะมีพลังงานส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนได้ รศ.พญ.ปรียานุช แย้มวงษ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีรายละเอียดมาเล่าให้ฟัง

สาเหตุของโรคอ้วน มีหลายอย่าง แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วที่เราพบคือ การที่ได้รับพลังงานจากอาหารเข้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ซึ่งอาหารที่เกินก็จะไปสะสมทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ฉะนั้นในหลักการ ถ้าเราอยากลดน้ำหนักก็ต้องบริหาร 3 ด้าน คือ

1. ควบคุมเรื่องอาหาร

2. ออกกำลังกาย เพิ่มการใช้พลังงานของร่างกาย

3. ที่ต้องระวังคือ ดูแลความเครียด หรือควบคุมอารมณ์ให้ดี ซึ่งจะมีส่วนสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร

มีหลายคนมักถามถึงวิธีคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดได้ผลดี จริงๆ แล้ว มีอยู่หลายวิธี ทั้งให้ผลในระยะสั้นและระยะยาว โดยทั่วไปที่แนะนำ คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ลดปริมาณลงในแต่ละมื้อ โดยเฉพาะของมันๆ รวมถึงอาหารจำพวกแป้ง ข้าว น้ำตาลก็ให้ลดลง แล้วหันไปรับประทานผักต่างๆ ให้มากขึ้น

แต่ใช่ว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนทุกรายจะสามารถทำได้ ทางที่ดีที่สุดคือ ป้องกัน “ไม่ให้อ้วน” จะดีกว่า แต่ถ้าน้ำหนักเกินขึ้นไปแล้วก็ต้องดูแลตัวเองให้เข้มขึ้นโดย

1. ต้องมีความรู้เรื่องอาหารควบคู่กับการรับประทานอย่างมีสติ เช่น เวลาอาหารเข้าปากต้องรู้ว่ารับประทานอะไรเข้าไป ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าอาหารนั้นให้พลังงานสูง แล้วยังอยากรับประทาน ก็ต้องลดปริมาณลง แต่ถ้าอาหารนั้นให้พลังงานต่ำ ก็สามารถรับประทานได้มากขึ้น ซึ่งเรามักแนะให้ผู้ป่วยจดบันทึกทุกสิ่งที่รับประทานเข้าไป ผลดีคือ รู้ว่าอาหารที่ใส่เข้าไปให้ร่างกายมากเกินไปหรือไม่

2. เรื่องการออกกำลังกาย ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต้องจดบันทึกเช่นกัน

3. ต้องติดตามชั่งน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ

เราไม่ได้หวังว่าผู้ป่วยจะลดน้ำหนักได้จนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าน้ำหนักที่มีอยู่ สามารถลดลงได้ 5-10% ก็จะทำให้เขามีสุขภาพดี ทั้งโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ก็จะควบคุมได้ดีขึ้น รวมถึงไขมันเลือดสูงก็ลดลง หรือแม้กระทั่งอาจหยุดยาได้ก็มี แต่ว่าต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

……………………..……………………..…………………
ติดตามข้อมูลข่าวสารสุขภาพ โภชนาการอาหารที่ดี
ดูแลรูปร่างและการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ได้ที่
Facebook : www.facebook.com/behealthyonline
หุ่นดี สุขภาพดี คลิ๊ก www.thaiwellnessonline.com/behealthy
……………………..……………………..…………………

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง โดย นพ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์

22 ส.ค. 2013 ประสบการณ์จากผู้ใช้ : ผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาต

ผู้ป่วย : นายสวอง ชัยมีแรง

ที่อยู่ หลังโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ประวัติการป่วย : ป่วยเป็นโรคอัมพาต

Case-1306-1

นายสวอง ชัยมีแรง เป็นโรคเบาหวานมานาน มีอาการวูบบ่อย และเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ขณะทำเล้าไก่แล้วล้มฟุบเพราะเส้นเลือดในสมองตีบจนเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลิ้นจุกปาก และต้องให้อาหารทางสายยาง

ขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในตัวจังหวัดศรีสะเกษ ได้เริ่มรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ โดยให้ยาทางสายยางในโรงพยาบาล ซึ่งผู้แนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิดโดย คุณสุทธิภัทร์ และคุณสุภิชา

ตำรับยาที่ใช้

มื้อเช้า-บ่าย :  3 ราก 2 ดอก 1 สกาโน 3 ส้มแขก โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และตามด้วยกาโนซีเรียล

มื้อค่ำ : 3 ราก 1 สกาโน 3 ส้มแขก 1 ถั่งเฉ้า  โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และดื่มกาแฟกาโน 3in1

ระหว่างมื้อ รับประทานออยสเตอร์ 1 แพ็ค 8 แคบซูล ครั้งละ 1 แคปซูล วันเว้นวัน ต่อจากนั้น 3 วัน 1 แคปซูล ใช้ ชากาโนล้างสายยาง 

Case-1306-2

ระยะเวลา 3 วัน ออกจากโรงพยาบาลได้

8 วัน เริ่มหัดเดิน

12 วันถอดสายยางได้

1 เดือน 4 วัน เดินได้เป็นปกติ

 

อาการป่วยหายดีขึ้นด้วยการรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์  ซึ่งจะต้องมีการปรับการรับประทานตามวิธีที่แนะนำซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรค

 

กาโนรักคุณ  มิถุนายน  2556