Tag-Archive for ◊ มะเร็ง ◊

05 ส.ค. 2016 “ไข่ไก่” ต้าน 3 โรคร้าย

160806

 

“ไข่ไก่” ต้าน 3 โรคร้าย คุณประโยชน์ดีๆ ที่คุณควรรู้

ไข่ไก่ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากสิ่งหนึ่งที่ต้องมีติดไว้แทบทุกบ้าน เพราะมันสามารถนำมาทำอาหารได้หลายเมนูและง่ายมากๆ เรียกได้ว่า คิดอะไรไม่ออกนึกถึง ไข่ เป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ ประโยชน์ของไข่ นอกจากเรื่องโปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ แล้ว ไข่ยังสามารถช่วยต้านโรคร้ายได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าโรคอะไรล่ะก็ ตามมากันเลยค่ะ

 

1. โรคมะเร็ง

ในไข่ขาวมีสารต้านมะเร็งชนิดหนึ่งชื่อว่า “ กรดเซียริก ” มันจะคอยดับจับเชื้อไวรัสที่เป็นตัวก่อมะเร็ง ซึ่งกรดเซียริกนี้จะอยู่ที่ขั้วไข่ขาวคือ บริเวณข้างซ้ายและขวาของไข่แดง ที่จะมีเยื่อสีขาว ลักษณะเหมือนเชือก คอยทำหน้าที่ยึดให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางฟอง ใครที่ไม่ค่อยทานไข่หรือไม่ชอบกิน ควรรีบหันมาทานโดยด่วน กินวันละ 1-2 ฟอง เพียงเท่านี้ชีวิตเราห่างไกลเจ้าโรคมะเร็งร้ายแน่นอน

2. โรคหัวใจขาดเลือด

ในไข่ไก่ 1 ฟอง มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน กรดอะมิโนจำเป็น โอเมก้า 3 ไขมันดี วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ อีกเพียบ ซึ่งไขมันจากไข่แดงจัดว่าเป็นไขมันอิ่มตัว รวมถึงโอเมก้า 3 เจ้า 2 ตัวนี้สามารถช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ดี ทำให้คนที่ทานไข่เป็นประจำ มีสุขภาพหัวใจที่ดี แข็งแรงค่ะ
3. โรคสมองเสื่อม

ในไข่ไก่มีแร่ธาตุชนิดหนึ่งชื่อว่า “ โคลีน “ ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบของสารที่ชื่อว่า “ เลซิติน “ เจ้าสารตัวนี้มีประโยชน์ต่อสมองของเรามาก เพราะช่วยบำรุงสมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำ ป้องกันความผิดปกติของระบบประสาท และช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ดังนั้นควรให้ผู้สูงอายุทานไข่ไก่อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง จะช่วยได้มากเลยทีเดียวค่ะ

ไข่ใบเล็กๆ แค่นี้ แต่ประโยชน์ไม่เล็กเลยนะ แถมยังหาซื้อง่ายมากๆ ถือเป็นอาหารโปรดของใครหลายคน ใครที่ชอบทานอยู่แล้วคงยิ่งชอบมากขึ้นไปอีกล่ะสิ แต่ใครที่มีโรคประจำตัว ต้องระวังการทานไข่แดงด้วยนะคะ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนทาน เพื่อทราบปริมาณไข่ที่เหมาะสมในการทานแต่ละวันด้วย อย่าลืมบอกต่อให้คนอื่นๆ รู้ด้วยล่ะ เราจะได้มีสุขภาพดีและห่างไกลโรคร้ายไปด้วยกันกันค่ะ

————————————————————
ดูแลโภชนาการอาหารที่ดี 80% ออกกำลังกาย 20%

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง, marengok, sanook

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

04 ส.ค. 2016 ฟักทอง ลองเลย..ดี๊ดี!

160804

 
ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ฟักทอง เป็น “ตัวช่วย” ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ลองดูนะคะ  :)  
——————————————
การมีสุขภาพที่ดี หุ่นสวย Fit & Firm ไม่ไช่เรื่องยาก
แค่ลงมือทำ มีโภชนาการที่ดีและวิธีที่ถูกต้อง 
โภชนาการ 80% ออกกำลังกาย 20%
——————————————
cr. bangkok hospital

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

 

02 ส.ค. 2016 10 อันดับ สุดยอดตำรับอาหารไทยช่วยป้องกันมะเร็ง

160802

 

ผลวิจัยจากมหาบัณฑิตสาขาพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า อาหารไทยช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงมะเร็งได้

อาจารย์มลฤดี สุขประสารทรัพย์ ผู้วิจัยได้สร้างแบบจำลองเลียนแบบการกินอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง อาทิ อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน และอาหารที่ต้มตุ๋นเป็นเวลานาน โดยนำอาหารไทยเหล่านั้นมาทำปฏิกิริยากับไนไตรท์ ในสภาวะคล้ายการย่อยอาหารของคน ได้ผลวิจัยว่า

อาหารไทยที่ป้องกันและลดความเสี่ยงมะเร็งได้ดีที่สุด

อันดับ 1 คะน้าน้ำมันหอย
อันดับ 2 ไก่ทอดสมุนไพร
อันดับ 3 ทอดมันปลากราย
อันดับ 4 แกงเลียง
อันดับ 5 ไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่พร้อมมะเขือเทศ
อันดับ 6 กะเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว
อันดับ 7 แกงเผ็ดเป็ดย่าง
อันดับ 8 แกงจืดตำลึง
อันดับ 9 ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
อันดับ 10 ส้มตำไทย

ส่วนประกอบของอาหารไทยใน 1 เมนู ล้วนมีส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ผัก สมุนไพร รวมไปถึงเครื่องเทศต่างๆ อย่างเช่น แกงเลียง เมื่อรับประทานเข้าไปจะมีกากอาหารที่เข้าไปดักจับสารพิษในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการขับถ่ายอย่างปกติ สามารถต้านมะเร็งลำไส้ได้ เป็นต้น

Cr. http://www.thaihealth.or.th/Content/23336-22

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

06 ก.ค. 2014 สารอาหาร 7 ชนิดในไข่ ที่ช่วยให้น้ำหนักลดไวเกินคาด ^.^

140706

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่ชอบกิน ไข่ อาหารแสนอร่อยหาทานง่ายและนำมาดัดแปลงให้เป็นหลากหลายเมนูอร่อยได้ไม่รู้จบ แต่ถ้าหากใครที่กำลังคิดว่าการกินไข่ทำให้อ้วน ต้องขอบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดมากเลยล่ะ ถ้าหากกินไข่ให้เป็นในช่วงกำลังควบคุมน้ำหนักก็จะช่วยทำให้น้ำหนักของคุณลดได้ไวกว่าที่คิดไว้อีกด้วยซ้ำ ก็เพราะในไข่ประกอบด้วยสารอาหาร 7 ชนิดที่ช่วยลดน้ำหนักได้รวดเร็วยังไงล่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างล่ะก็ ตามมาดูกันเลย

1. โคลีน (Choline)

เชื่อว่าหลายคนคงไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องคุณประโยชน์ของโคลีนสักเท่าไรนัก แต่รู้ไหมว่ามันคือหนึ่งในสารอาหารในไข่ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะโคลีนสามารถช่วยลดน้ำหนักและยังช่วยต่อต้านมะเร็งร้ายให้ห่างไกลจากร่างกายของคุณได้ด้วย ซึ่งความจริงแล้วโคลีนก็คือวิตามินบี ที่จะเข้าไปเปิดการทำงานของยีนในร่างกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานและช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมได้ อีกทั้งยังช่วยเยียวยาจิตใจและรักษาสุขภาพสายตาอีกด้วย

2. วิตามิน ดี (Vitamin D)

วิตามิน ดี สามารถช่วยเสริมสร้างแคลเซียมบำรุงกระดูกของร่างกายให้แข็งแร็งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้วิตามินดีในไข่ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เหมือนกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วย

3. วิตามินบี6 (Vitamin B6)

ในอาหารมากมายหลายชนิดอุดมไปด้วยวิตามินบี6 รวมทั้งไข่ก็เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งวิตามินบี6 จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเผาผลาญอาหารและช่วยให้วงจรการนอนหลับดีขึ้นด้วย

4. โปรตีน (Protein)

ไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6 กรัม ที่สามารถเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานได้โดยปราศจากแป้ง หากต้องการคงสภาพความตึงกระชับของกล้ามเนื้อไว้ ให้กินไข่ 1 ฟองกับไข่ขาว 2 ฟอง วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับโปรตีนอย่างล้นหลามเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็วด้วย

5. วิตามินบี12 (Vitamin B12)

ถือได้ว่าไข่เป็นแหล่งรวมวิตามินบี12 ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากกินเนื้อสัตว์หรืออาหารเสริม นอกจากนี้วิตามินบี12 ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผาผลาญเกือบจะทุกเซลล์ในร่างกายเลยทีเดียว

6. กรดไขมันจำเป็น (EFA)

แค่ฟังชื่อก็ชวนให้สงสัยแล้วว่าจะช่วยทำให้น้ำหนัดลดได้อย่างไรกัน แต่หากคุณรู้จักกรดไขมันจำเป็น (EFA) คุณจะหลงรักมันเลยล่ะ เพราะถ้าคุณกำลังคิดลดน้ำหนัก เจ้ากรดไขมันนี่แหละจะเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งยืดหยุ่นและส่งผลดีต่อระบบหัวใจด้วย และแม้ว่าไข่จะมีไขมันอิ่มตัว แต่ไขมันเหล่านั้นก็เป็นไขมันชนิดที่ดี

7.ลิวซีน (Leucine)

ลิวซีน คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะลิวซีนจะช่วยเร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยขัดขวางการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มพลังงานให้ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนว่า ไข่ นี่แหละเป็นแหล่งรวมลิวซีนชั้นเลิศ เอาเป็นว่าลองเลือกเมนูไข่มาเป็นอาหารมื้อก่อนไปออกกำลังกายเถอะนะคะ

สำหรับใครชอบกินไข่ก็ต้องถือว่าโชคดีมาก ๆ เลยนะคะเนี่ย เพราะไข่มีประโยชน์ต่อร่างกายและเต็มไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด ใครที่กำลังคิดจะลดน้ำหนักแต่ไม่รู้จะกินอะไรไม่ให้อ้วนขึ้นดี ก็ลองเลือกสารพัดเมนูไข่มากินกันดีกว่า แต่อย่าลืมว่าควรเน้นการกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดงนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://health.kapook.com/
Thanks Image : fivehearthome.com
————————–———————-

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

22 เม.ย. 2014 มะรุมต้านมะเร็ง

140422

จากการศึกษาคุณสมบัติในการต้านภาวการณ์อักเสบของลำไส้ใหญ่ในฝักมะรุมต้ม ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ พบว่า 

ปริมาณการบริโภคมะรุมมีความสำคัญต่อการป้องกันและบรรเทาอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบสิ่งที่น่าสนใจคือในระยะที่เกิดโรคมะเร็งลำไส้แล้ว การบริโภคฝักมะรุมหลังเกิดมะเร็งแล้วในปริมาณต่ำกลับให้ผลดีกว่าการบริโภคฝักมะรุมในปริมาณสูง ผลการศึกษาจึงแสดงให้เห็นว่า การบริโภคมะรุมเพื่อวัตถุประสงค์ในการบรรเทาอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการบริโภคฝักมะรุมในปริมาณมากก็ไม่ได้มีผลดีเสมอไป

จากการศึกษาคุณสมบัติในการต้านภาวะการอักเสบของมะเร็งลำไส้ใหญ่ของฝักมะรุมต้มเมื่อทำการทดสอบในหนูทดลองโดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การดำเนินการวิจัย ได้แบ่งการศึกษาเป็น 3 รูปแบบ คือ

ศึกษาความปลอดภัยในการบริโภค โดยให้หนูทดลองกลุ่มที่อายุน้อยกินฝักมะรุมต้มซึ่งอยู่ในรูปของผงมะรุมต้มผสมอาหารปกติเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ และหนูกลุ่มที่โตเต็มที่แล้วกินฝักมะรุมต้มเป็นระยะเวลา 15 สัปดาห์ โดยแบ่งปริมาณการบริโภคเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 10 เท่า 25 เท่า และ 50 เท่าของปริมาณการบริโภคฝักมะรุมต้มของคนที่กินมะรุม ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคโดยทั่วไป ผลการศึกษาพบว่า 

ปริมาณฝักมะรุมต้มที่ให้ในทุกระดับจนถึงสูงสุด 50 เท่า ไม่มีผลต่อการส่งเสริมให้เกิดพยาธิสภาพของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ศึกษาการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยหนูทดลองกลุ่มนี้กินผงมะรุมต้มผสมอาหารปกติในขนาดเดียวกันกับหนูกลุ่มแรกเป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ก่อนหนูได้รับสารก่อมะเร็งและสารส่งเสริมการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และยังคงให้หนูกินผงมะรุมต้มต่อไปอีก 3 สัปดาห์ รวมเป็น 5 สัปดาห์ พบว่าสามารถลดความรุนแรงของพยาธิสภาพของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 

เมื่อเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับสารก่อมะเร็งและสารส่งเสริมการเกิดมะเร็งโดยไม่ได้รับอาหารที่ผสมผงมะรุมต้ม โดยทุกขนาดของผงฝักมะรุมต้มที่หนูทดลองได้รับสามารถลดพยาธิสภาพของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยเฉพาะในผงฝักมะรุมต้มที่มีปริมาณสูง (50 เท่า) จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดีกว่าในปริมาณอื่น ๆ ซึ่งส่งผลดีในด้านการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ศึกษาการบรรเทาอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อน แล้วจึงให้กินฝักมะรุมต้มเป็นระยะเวลา 15 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 3 ขนาดเช่นเดียวกับในหนูกลุ่มอื่น ๆ ผลการศึกษากลับพบว่า ในทุก ๆขนาดของการบริโภคฝักมะรุมสามารถลดความรุนแรงของภาวะการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่มะรุมที่มีปริมาณต่ำ (10 เท่า) กลับให้ผลดีกว่าการให้ผงฝักมะรุมต้มในปริมาณสูง (25 เท่าและ 50 เท่า) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าปริมาณการบริโภคมะรุมในระยะที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้วมีความแตกต่างจากการกินระยะก่อนการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ฉะนั้นการบริโภคฝักมะรุมในปริมาณมากก็ไม่ได้มีผลดีเสมอไป โดยเฉพาะในรูปของการนำมาทำเป็นผงแห้งแล้วใส่แคปซูล หรือ ในรูปสารสกัดมะรุมที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งผลในด้านการรักษาหรือป้องกันโรคจะต่างกัน 

เนื่องจากการนำมาสกัดจะมีสารสำคัญเพียงบางชนิดและอยู่ในรูปของสารเคมีที่มีความเข้มข้น เมื่อกินอย่างต่อเนื่องในปริมาณสูง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นพิษในร่างกาย อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากการศึกษาในคน ส่วนใหญ่มีเพียงข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในระดับหลอดทดลองและในระดับเซลล์เท่านั้น

เพื่อตอบสนองความนิยมในการบริโภคมะรุมและป้องกันความเสี่ยงจากการบริโภคมะรุมในปริมาณมากเกินจนอาจเสี่ยงต่ออันตรายของร่างกาย จึงควรบริโภคฝักมะรุมในรูปส่วนประกอบของอาหาร โดยส่งเสริมรายการอาหารที่ใช้ฝักมะรุมเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงส้มมะรุมให้มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างสรรค์รายการอาหารใหม่ ๆ เช่น ยำ หรือแกงชนิด ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการบริโภคฝักมะรุมให้มากขึ้น 

นอกจากนั้นยังต้องกินอาหารที่มีผักและผลไม้ที่หลากหลายซึ่งอุดมด้วยสารพฤกษเคมีที่มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์แตกต่างกัน ให้ผลในเชิงป้องกันโรคและให้คุณค่าทางโภชนาการด้านใยอาหาร ย่อมเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได

เมื่อต้องการกินอาหารให้เป็นยา ต้องไม่กินอาหารตามค่านิยมหรือความเชื่อ แต่ควรเลือกกินโดยใช้ความรู้ และรับข้อมูลจากหลาย ๆแหล่ง พร้อมศึกษาและชั่งน้ำหนักข้อมูลให้ดี ใช่ว่าเมื่อกินอาหารชนิดนั้นในปริมาณมากแล้วจะส่งผลในด้านดีทั้งหมด จึงต้องพิจารณาด้วยว่ากินส่วนไหน ปริมาณเท่าใด ความถี่มากน้อยเพียงไร และในรูปแบบใด จึงจะสามารถป้องกันและรักษาโรคได้.

หมายเหตุ: ข้อมูลทางสุขภาพที่ทางเพจไม้ภูตะวันโพสต์ทั้งหมด มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค และเพื่อความปลอดภัย ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ขอบคุณข้อมูลจาก: คุณ นวพรรษ บุญชาญ. คอลัมน์ คุณหมอขอบอก. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ , nstda.or.th
ขอบคุณรูปจาก thaihealthyfoods.blogspot.com

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ