Tag-Archive for ◊ ภูมิแพ้ ◊

16 มิ.ย. 2015 กินถั่ววันละครึ่งกำมือ ช่วยให้อายุยืนได้!

150616

นอกจากผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราต้องการก็คือการมี อายุยืน เพื่อจะอยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ นี่ล่ะค่ะ จึงมีการทานอาหารเสริม หรือหาเทคนิคสารพัดที่จะช่วยยืดเวลาให้เราอายุยืนต่อไปได้อีก ซึ่งวิธีที่ง่ายมากๆ วิธีหนึ่งนั่นก็คือการ กินถั่ววันละครึ่งกำมือนี่เองค่ะ ฟังดูง่ายมากขนาดนี้ ได้ผลจริงๆ เหรอเนี่ย เรามาดูคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันค่ะ

เคล็ดลับอายุยืนนี้ อ้างอิงจากผลวิจัยของประเทศเนเธอแลนด์ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า การกินถั่ววันละ 10 กรัม จะช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งบางชนิดได้ ซึ่งมีส่วนช่วยให้อายุยืนค่

โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Maastricht ได้ศึกษาผู้หญิงและผู้ชายอายุระหว่าง 55-69 ปีจำนวน 100,000 โดยให้พวกเขาทำแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพและการใช้ชีวิต เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ก็ติดตามผลอีกครั้งและพบว่า คนที่กินถั่วเป็นประจำนั้นมีโอกาสเสียชีวิตลดลง 23% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินค่

หัวหน้าคณะวิจัย Piet Van เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่มีต่อโรคต่างๆ แล้ว มันมากกว่า 23% ด้วยซ้ำไปค่ะ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ดังนี้

- โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท มีความเสี่ยงลดลง 45%

- โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ มีความเสี่ยงลดลง 39%

- โรคเบาหวาน มีความเสี่ยงลดลง 30%

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าถั่วมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ทั้งแบบ monounsaturated และ polyunsaturated ประกอบกับเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินหลากชนิด ที่สามารถช่วยป้องกันโรคได้นั่นเองค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์สูงสุด เราก็ควรรับประทานอาหารแต่ละวันให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่พอเหมาะ แนะนำให้ทานเฉพาะถั่วที่สดใหม่ ไม่เก่าเก็บ ซึ่งอาจก่อโรคมะเร็งแทน และทานถั่วที่ไม่เค็มเกินไปไม่ผ่านกรรมวิธีมากเกินไปนะคะ เอาแบบธรรมชาติ ซื้อถั่วสดใหม่มาคั่วหรืออบเองนี่ล่ะ ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับเชื้อราในถั่ว และยังได้ประโยชน์เต็มๆ แบบปราศจากสารเคมี เพื่อจะได้อายุยืนแบบสุขภาพดีไปอีกนานนะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก news.discovery.com

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

11 พ.ย. 2014 5 อาการ ดวงตาบอกสุขภาพ

141111

ดั่งคำที่กล่าวว่า มองตาก็รู้ใจแล้ว ดวงตายังจะสามารถบอกสุขภาพของคุณได้อีกด้วย โดยสังเกตได้จากอาการต่างๆ ที่เกิดกับดวงตาคู่สวยของคุณ งั้นไปสังเกตดวงตากันเลยค่ะ

1.เปลือกตากระตุก อาการแบบนี้จะมาทันทีเมื่อกล้ามเนื้อหนังตาเกร็งตัวหรือเกิดกระแสส่งประสาทอย่างมากเกิดการกระตุ้นกล้ามเนื้อตาผิดปกติ แต่มักจะเกิดเวลาเครียดจัดๆ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เชื่อว่าหลายคงคงเคยเจอปัญหาตากระตุกแล้วบอกเป็นลางร้าย!! แนะนำว่าควรรีบกลับไปนอนดีกว่าค่ะ

2.ขนตาร่วงผิดปกติ ขนตาของคนเราก็เหมือนผม สามารถหลุดร่วงได้ทุกวัน แต่ถ้าอยู่ดีๆขนตาดกหนาของคุณร่วงจนบางอย่างเห็นได้ชัด อาจเพราะคุณกำลังมีอาการเปลือกตาอักเสบก็ได้ อาการนี้จะเกิดขึ้นหากคุณขยี้ตาบ่อยหรือใช้ขนตาปลอมและมาสคาร่าคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ของเหล่านี้จะทำให้รูขุมขนบริเวณดวงตาอุดตันจนเกิดการอักเสบขึ้นมา ถ้าขนตาร่วงมากๆ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การไปหาหมอ แต่คุณควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ความสวยจะดีกว่าขยี้ตาบ่อยๆ

3.ขอบตาดำคล้ำ อาการแบบนี้หมายถึงการไหลเวียนในหลอดเลือดฝอยบริเวณตาอาจจะเกิดการอุดตัน ไหลเวียน ไม่สะดวก หากปล่อยไว้ไม่ทำอะไรเลยการอุดตันจะยิ่งมากแล้วขอบตาก็จะดำ ส่วนใหญ่แล้วอาการเหล่านี้จะเกิดกับ
คนที่นอนน้อยเกินไป การพักผ่อนน้อยจะทำให้เกิดของเสียสะสมรอบดวงตา ไปอุดตันการไหลเวียนของเลือดจนตาดำอย่างที่เห็น 

ขยี้ตาบ่อยๆ เพราะการขยี้ตาบ่อยๆเป็นการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีบริเวณรอบดวงตา อาจทำให้ขอบตาดำถาวร ต้องพึ่งศัลยกรรมลูกเดียว

เป็นโรคภูมิแพ้ คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีตับและไตที่อ่อนแอ พอตับซึ่งมีหน้าที่ฟอกเลือดไม่แข็งเรง เลือดก็จะไม่สะอาด อาจจะหนืดหรือทำให้หลอดเลือดอุดตันได้ง่าย

ความเครียด การกินอาหารขยะก็เป็นอีกสาเหตุของปัญหาขอบตาคล้ำ หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ที่ชื่นชอบรับประทานแฮมเบอร์เกอร์หรือของทอดๆ มากเกินไป ลองเปลี่ยนมากินผักสดและดื่มน้ำเปล่ามากๆ ขอบตาคุณก็จะหายดำคล้ำแล้ว

4.ถุงใต้ตาบวม สำหรับใครที่มีเหมือนถุงกาแฟห้อยอยู่ใต้ตา แสดงว่าชอบกลั้นปัสาวะระหว่างนอนหลับ หรือไม่ก็แพ้อาหารบางอย่างเช่นถั่ว อาหารทะเล ปกติถุงใต้ตา จะบวมอยู่ไม่กี่ชั่วโมงก็ยุบหายไปเอง แต่ถ้าใต้ตาของคุณบวมเรื้อรังนั่นเป็นสัญญาณว่าคุณเป็นเกี่ยวกับไต โดยเฉพาะโรคไตวายยิ่งต้องระวังให้มากที่สุด

5.ตาเหลือง ส่วนใหญ่อาการนี้มาจากโรคดีซ่านแต่สำหรับบางคนที่นอนน้อย ทำงานหนักติดต่อกันมากๆ หรือชอบกินเหล้าสูบบุหรี่ เป็นไปได้ว่าอาจมีปัญหาในถุงน้ำดี เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เป็นมะเร็งตับอ่อน หรือไม่ก็เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อความปลอดภัยสาวๆตาเหลืองควรไปเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลด่วนๆ

 ชอบกด Like & Share แบ่งปันสุขภาพที่ดีให้กับคนที่คุณรัก
ฝากกด LIKE หน้าเพจ @Be Healthy เป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ 

……………………..……………………..………….
ติดตามข้อมูลข่าวสารสุขภาพ โภชนาการอาหารที่ดี
ดูแลรูปร่างและการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ได้ที่
Facebook : www.facebook.com/behealthyonline
#หุ่นดี #สุขภาพดี #ผิวสวย #หน้าใส #ขับถ่ายดี คลิ๊กwww.thaihealthcarecenter.com/sampling
……………………..……………………..………….

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

17 ส.ค. 2014 เส้นเลือดอุดตันไม่ต้องบายพาส

140818

สมุนไพรสูตรมุสลิม ทะลวงหลอดเลือดตามแบบวิธีโบราณ เพียงใช้เวลาสองนาที สามารถให้ของขวัญอันล้ำค่าแก่พ่อแม่และเพื่อน ๆ ของคุณ……..

วัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ 
น้ำมะนาว 1 ถ้วย
น้ำขิง 1 ถ้วย
น้ำคั้นกระเทียม 1 ถ้วย
น้ำส้มสายชูจากแอปเปิล(แอปเปิ้ลไซเดอร์) 1 ถ้วย 
(การวัดปริมาณง่ายๆ คือทุกอย่างเท่ากัน คั้นเสร็จแล้วใส่ตวงปริมาณในภาชนะขนาดเท่ากัน)

วิธีเตรียม
1 ลอกเปลือกกระเทียมและขิง หันขิงเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปในเครื่องปั่นเครื่องคั้นน้ำผลไม้เพื่อตีให้เป็นน้ำปั่น แล้วเทลงผ้ากรอง เพื่อบีบให้ได้น้ำคั้น (ควรคั้นน้ำทีละอย่างเพื่อสะดวกในการกะปริมาณ)
2 นำน้ำคั้น กระเทียมขิงลงไปในหม้อหุง เติมน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูแอปเปิลลงในหม้อ เพิ่มไฟให้เดือด แล้วค่อยๆเคี่ยวไปโดยไม่ต้องปิดฝาหม้อ เพื่อให้น้ำมีโอกาสได้ระเหย จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็จะได้ยาที่เคี่ยวแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาตรเดิม
3 เมื่ออุณหภูมิจะลดลง ให้เติมน้ำผึ้งลงไปผสมทีละน้อย อาจจะใช้น้ำผึ้งมากหน่อย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทานได้ง่าย
4. นำผลิตภัณฑ์ที่ทำสำเร็จบรรจุไว้ในขวดแก้ว แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น

วิธีรับประทาน: กินหนึ่งช้อนโต๊ะก่อนอาหารเช้าทุกวัน คนส่วนใหญ่สามารถใช้ยานี้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดให้หายขาดได้ นอกจากนี้ยังใช้ยานี้เป็นเครื่องดื่ม ใช้ป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง รวมทั้งป้องกันโรคหวัดและโรคอื่น ๆ

เมื่อกินได้หนึ่งเดือน ให้ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล คุณจะพบหลอดเลือดของคุณสะอาด บริเวณที่มีการปิดกั้นการได้รับการทะลวงไปแล้ว
ตำรับนี้จะต้องเก็บไว้! และต้องเปิดเผยส่งต่อให้คนอื่นๆ
ตำรับยาการทะลวงหลอดเลือดสูตรลับสุดยอด ให้คนที่คุณรักลองดู

หมายเหตุ: สูตรนี้ชีวอโรคยานำมาจากแหล่งอ้างอิงที่บอกมาตอนท้ายเพื่อแบ่งปัน ดังนั้นผู้ที่สนใจจะทำควรศึกษาทดลองด้วยตนเอง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะหายจริงหรือเปล่า เนื่องจากเราไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ และสมุนไพรที่ใช้ในสูตรก็เป็นของมีประโยชน์ทั้งสิ้น ดูแล้วไม่มีอันตรายใดๆ จึงนำมาเผยแพร่

ที่มา…ประสาน ศรีนวลนัด

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

02 เม.ย. 2014 เป็นหวัด หรือ ภูมิแพ้กันแน่


บางครั้งโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส (viral rhinitis) หรือหวัด (common cold) กับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) อาจมีอาการคล้ายกัน

โรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส (viral rhinitis) หรือหวัด (common cold) ทำให้ผู้ป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหรือมึนศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล (ใส หรือขุ่น) สาเหตุที่พบได้บ่อยที่ทำให้ภูมิต้านทานน้อยลง และมีการติดเชื้อไวรัสตามมาได้แก่ เครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ โดนหรือสัมผัสอากาศที่เย็นมากๆ เช่น ขณะนอนเปิดแอร์ หรือพัดลมเป่าจ่อ ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า หรือไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ การดื่มหรืออาบน้ำเย็น ตากฝน หรือสัมผัสกับอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น จากร้อนเป็นเย็น เย็นเป็นร้อน หรือมีคนรอบข้างที่ไม่สบายคอยแพร่เชื้อให้เราทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคได้แก่rhinovirus, influenza, parainfluenza, adenovirus ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักจะหายได้เองภายใน 7 – 10 วัน โดยไม่ต้องรับประทานยาต้านจุลชีพ ถ้าผู้ป่วยปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง และเหมาะสม 

โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) หรือโรคแพ้อากาศ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหลออกมาทางจมูก หรือไหลลงคอ คัดจมูก คันเพดานปากหรือคอ นานมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป

อาการดังกล่าว มักจะมีอาการ เป็นๆ (มีเหตุมากระตุ้น) หายๆ (ไม่มีเหตุมากระตุ้น) เมื่อผู้ป่วยมีอาการ ต้องมีเหตุที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการนำมาก่อน เช่น
- ความเครียด, การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, อารมณ์เศร้า, วิตก, กังวล, เสียใจ
- ของฉุน, ฝุ่น, ควัน, อากาศที่เปลี่ยนแปลง

และอาการดังกล่าวจะดีขึ้นเองหลังหมดเหตุดังกล่าว หรือดีขึ้นหลังได้รับประทานยาแก้แพ้ ผู้ป่วยอาจมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ [เช่น โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้, โรคหืด, โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ หรือที่เรียกว่ากลุ่มโรคอะโทปี (atopic diseases or atopy)] ในสมัยเด็ก หรือในปัจจุบัน เนื่องจากโรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่แสดงอาการได้กับหลายระบบของร่างกาย นอกจากนั้นผู้ป่วยอาจมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆดังกล่าว เนื่องจากโรคภูมิแพ้ดังกล่าวมีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้

***ดูรูปตารางอาจพอช่วยแยก 2 โรคนี้ออกจากกันได้

140402

ขอบคุณข้อมูลจาก รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,si.mahidol.ac.th

ด้วยความปราถราดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

03 มี.ค. 2014 15 ผักผลไม้ ต้านโรคภูมิแพ้

140303-1

ร้อยละ 70 ของคนบนโลกนี้มีอาการภูมิแพ้ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว คุณเองก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเรารับมือกับโรคภูมิแพ้ได้ด้วยอาหารการกิน
โดยเฉพาะอาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์เควอเซทิน (quercetin)

ดร. แอสทริด ปูจารี ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรรักษาโรคเคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน The Seattle Times ว่า เควอเซทินซึ่งเป็นสารต้านอาการแพ้และลดการอักเสบนั้น มีฤทธิ์ควบคุมการปล่อยสารก่อภูมิแพ้ได้ด้วย จึงลดโอกาสเกิดโรคได้อย่างชะงัด

และนี่คือ 15 ผักผลไม้ที่คุณจะพบสารเควอเซทินมากที่สุดตามลำดับค่ะ

หัวหอม ผักโขม แอปเปิล องุ่น แครอท บร็อกโคลี บลูเบอร์รี ผักกาดหอม ลูกพลัม แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี พริกหวาน สตรอว์เบอร์รี่ มะเขือเทศ และลูกแพร์

เท่านี้ก็คลายกังวลเรื่องภูมิแพ้ไปได้เยอะเลยล่ะ

หมายเหตุ: ข้อมูลทางสุขภาพที่ทางเพจไม้ภูตะวันโพสต์ทั้งหมด มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค และเพื่อความปลอดภัย ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ขอบคุณข้อมูลจาก Health & Cuisine, wellnessthai.net
ขอบคุณรูปจาก superfoods-scientific-research.com

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟเห็ดหลินจือ