Tag-Archive for ◊ ตับ ◊

04 ส.ค. 2016 ฟักทอง ลองเลย..ดี๊ดี!

160804

 
ใครที่ต้องการลดน้ำหนัก ฟักทอง เป็น “ตัวช่วย” ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ลองดูนะคะ  :)  
——————————————
การมีสุขภาพที่ดี หุ่นสวย Fit & Firm ไม่ไช่เรื่องยาก
แค่ลงมือทำ มีโภชนาการที่ดีและวิธีที่ถูกต้อง 
โภชนาการ 80% ออกกำลังกาย 20%
——————————————
cr. bangkok hospital

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

 

11 มิ.ย. 2015 เลี่ยงเกลือเมื่อไดเอต

150611

 

เกลือนั้นนับเป็นสิ่งที่สาวๆ ควรทานให้น้อยที่สุดในช่วงไดเอ็ต เนื่องจากอาหารเค็มมีโซเดียมอยู่เป็นจำนวนมาก หากร่างกายได้รับเกลือมากจนเกินไปก็จะเกิดอาการเก็บน้ำ หรือกักเก็บของเหลวในร่างกายเอาไว้ เพื่อที่จะพยายามขับเกลือออก แต่กว่าจะขับได้ คุณก็จะรู้สึกอึดอัด น้ำหนักขึ้น ตัวบวม หรือเซลลูไลท์ แถมไตยังต้องทำงานหนักเพื่อที่จะขับเอาโซเดียมออกอีกด้วย

ซึ่งถ้าอาหารเค็มๆ นั้นมาให้เห็นๆ เป็นขวดเกลือ เราคงหลีกเลี่ยงกันได้ง่าย แต่ถ้าแฝงมากับอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วก็คงยากหน่อย พึงระวังของขบเคี้ยวเค็มๆ มันๆ เช่น มันฝรั่งอบกรอบ ถั่วอบเกลือ หรืออาหารประเภทแซบๆ เช่น ส้มตำ มะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานหรือกะปิหวาน ของอร่อยๆ พวกนี้กินแล้วส่งเสริมอาการบวมน้ำได้ดีนักแล รวมถึงการหมั่นสังเกตฉลากข้อมูลโภชนาการของผลิตภัณฑ์ให้เป็นนิสัยด้วยค่ะ

วิธีลดอาการบวมน้ำง่ายๆ อีกอย่างคือ การดื่มน้ำมากๆ ซึ่งหลายคนเข้าใจผิด คิดว่ายิ่งดื่มยิ่งบวม ตรงกันข้ามคุณควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยขจัดของเสีย รวมไปถึงโซเดียมที่ตกค้างอยู่ในร่างกายคุณด้วยนั่นเองค่ะ 

 

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

30 พ.ค. 2014 20 สุดยอดอาหาร..ล้างพิษได้ฉมัง!

140530

“กินข้าวเป็นหลัก กินผัก-ผลไม้เป็นยา” ประโยคเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยโบราณประโยคนี้จริงๆ แล้วควรเป็นประโยคอมตะ เพราะสามารถนำมาใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย และได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าคุณจะสบายดีหรือป่วย จะอยากลดความอ้วน อยากสวย หรืออยากหล่อ จุดเริ่มต้นที่ดี ก็คืออาหาร ที่จะไปแปรสภาพเป็นเลือด เซลล์ เนื้อเยื่อ ทุกๆ ส่วนของร่างกายเรานั่นเอง

ดังนั้นการ “กินให้เป็น” จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในสังคมคนเมืองด้วยแล้ว เพราะทุกวันนี้สิ่งที่เรามักกินกันในชั่วโมงเร่งรีบ ส่วนใหญ่ “ไม่ใช่อาหารแท้ๆ” อาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปที่มีขายให้สะดวกกินกันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกผสมด้วยสารเคมีเพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษา เพราะฉะนั้น หากพอมีเวลา เราอยากให้คุณลองหันมากินอาหาร(แท้)เพื่อล้างพิษตกค้างกันบ้าง วันนี้ เรามี 20 อาหารดีที่ควรกินเพื่อล้างพิษมาฝาก จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน!

20 อาหารล้างพิษ
—————–
1. สาหร่าย : ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก

2. หัวหอม : ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

3. มะนาว : เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น

4. เมล็ดแฟลกซ์ : อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย

5. กระเจี๊ยบ : น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ

6. ทับทิม : สามารถรักษาอาการอักเสบ ลดการติดเชื้อ

7. พืชตระกูลถั่ว : (เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้กิน วยลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยทำความสะอาดและลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ได้ดี มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

8. ขึ้นฉ่าย : ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ด้วย

9. แครอท : มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษ (ระบบทางเดินประสาท สายตา และผิวหนัง) ลดการเกิดมะเร็ง ช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจแข็งแรงขึ้น

10. มะเขือพวง : สามารถช่วยดูดซึมและดักจับไขมันในอาหาร และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย และลดการสะสมของเสีย

11. ส้มโอ หรือเกรปฟรุต : ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

12. กระเทียม : ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร ฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

13. บลูเบอร์รี่ : ช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้

14. กะหล่ำปลี : มีสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ 

15. บีทรูท : ต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับ และระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีทรูทช่วยปรับระดับกรด – ด่างในเลือดให้สมดุลด้วย

16. อะโวคาโด : มีสารกลูตาไทโอน ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนักออกได้ง่ายขึ้น

17. ตำลึง : ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

18. แอปเปิ้ล : ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิ้ลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

19. อัลมอนด์ : เป็นถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมันแต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกายในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึงควรกินอัลมอนด์ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

20. กล้วย : ช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

“มาช่วยกันทำให้คนป่วย..น้อยลง” ด้วยการแบ่งปันข้อมูลดีๆ ให้เพื่อนๆ ด้วยนะคะ

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

07 ต.ค. 2013 ถั่ว 5 สี บำรุงร่างกาย

ถั่ว 5 ชนิด

ถั่วแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการปรับธาตุในร่างกายแตกต่างกันและบำรุงอวัยวะภายในต่างๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ให้สารอาหารที่ครบถ้วนพร้อมด้วยพลังงานที่จะทำให้ร่างกายมีความสดชื่น

ถั่ว 5 สี สัมพันธ์กับธาตุทั้ง 5

ถั่วดำ (BLACK BEANS) ธาตุน้ำ มีประโยชน์ต่อ ไต
ถั่วเขียว(GREEN BEANS) ธาตุไม้ มีประโยชน์ต่อ ตับ
ถั่วแดง (RED BEANS) ธาตุไฟ มีประโยชน์ต่อ หัวใจ
ถั่วขาว (WHITE BEANS) ธาตุโลหะ มีประโยชน์ต่อ ปอด
ถั่วเหลือง(SOY BEANS) ธาตุดิน มีประโยชน์ต่อ ม้าม

ไม่เพียงเท่านี้ ถั่วทั้ง 5 ชนิด ยังมีคุณค่าในตัวของมันเองอีกด้วย กล่าวคือ

ถั่วดำ (Black Beans) อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคโรทีน ไนอะซิน วิตามินบี 1และบี 2 รวมถึงสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก มีสรรพคุณบำรุงโลหิต ขับปัสสาวะ ขจัดพิษ บำรุงไต บำรุงสายตา และเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการบวมน้ำ เหน็บชา ดีซ่าน ไตเสื่อม เป็นต้น

ส่วนถั่วเขียวเอง (Green Beans) ก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร เพราะมีสรรพคุณแก้ ร้อนใน ถอนพิษจากพืชและสารหนู บำรุงสายตา ลดความดันโลหิต รักษาอาการกระหายน้ำ ลำไส้อักเสบ เบาหวาน ช่วยกระตุ้นประสาท โดยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และแคโรทีนเป็นส่วนประกอบ

เนื้อถั่วแดงบนไอศกรีมชาเขียวที่เรามักเห็นในร้านอาหารญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ย่อย เนื่องจากถั่วแดง (Red Beans) ช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ ดีซ่าน บรรเทาอาการปวดข้อและบวม กำจัดหนอง แก้ อาหารเป็นพิษ รักษาอาการลำไส้อักเสบ หรือถ่ายเป็นเลือด ถั่วชนิดนี้จึงไม่ใช่แค่ของประดับให้ดูสวยงามบนหน้าไอศกรีมเท่านั้น เพราะถั่วแดงถือเป็นถั่วชนิดหนึ่งที่นิยมทำเป็นของหวาน บ่งบอกได้ว่า…ถั่วแดงนี้ทั้งอร่อยและมากประโยชน์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รับประทานผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน คงคุ้นหูกับสารสกัดจากถั่วขาว (White Beans) ที่มีคำบรรยายว่าสามารถช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยแป้ง ให้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลน้อยลง จึงมีส่วนทำให้น้ำหนักลดลงได้ เจ้าสารสกัดตัวนี้มีชื่อว่า “ฟาซิโอลามีน (Phaseolamin)” นั่นเอง ประโยชน์ของมันในปริมาณ 500 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่เพียงมีผลทำให้น้ำหนักลดลง แต่ยังช่วยควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด และลดระดับไตรกรีเซอไรด์ในร่างกายอีกด้วย

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มน้ำเต้าหู้เป็นอาหารเช้า คุณเคยทราบหรือไม่ว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง น้ำเต้าหู้ทำมาจากถั่วเหลือง (Soy Beans) ซึ่งเจ้าถั่วชนิดนี้มีโปรตีน เลซิทิน กรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูกและบำรุงระบบประสาทในสมอง สรรพคุณขนาดนี้คุณนึกอยากดื่มน้ำเต้าหู้ขึ้นมาหรือยัง?

เมื่อไรที่คุณนึกอยากจะรับประทานถั่วเหล่านี้ เราก็อยากแนะนำเคล็ดไม่ลับเสียหนึ่งข้อ นั่นคือ…ควรคัดเมล็ดถั่วเสียทิ้งก่อนนำไปประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการรับสารพิษจากเชื้อรา (อะฟลาท็อกซิน) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับ

คราวนี้คุณก็คงรับประทานถั่ว 5 สี 5 ชนิดนี้ได้อย่างเอร็ดอร่อย อุดมไปด้วยคุณค่า และสรรพคุณมากมายต่อร่างกายคุณเอง!
……………………..……………………..…………………
ติดตามข้อมูลข่าวสารสุขภาพ โภชนาการอาหารที่ดี
ดูแลรูปร่างและการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ได้ที่
Facebook : www.facebook.com/behealthyonline
หุ่นดี สุขภาพดี คลิ๊ก www.thaiwellnessonline.com/behealthy
……………………..……………………..…………………

ที่มา : สมาคมแพทย์แผนไทยแห้งประเทศไทย

16 ส.ค. 2013 คุณภาพหลินจือ : สัญญาณเตือนจากตับ

Quality_0806-h

คุณเคยรู้สึกเบื่ออาหาร เบื่อของมัน ท้องอืดเฟ้อเรอบ่อยเหมือนอาหารไม่ย่อย เหมือนมีอะไรมาจุกที่คอหอย จะกลืนก็ไม่ได้ คายก็ไม่ออก ปวดแน่นชายโครงด้านขวา อาการเหล่านี้ทำให้เกิดความเครียดจัด หงุดหงิด อารมณ์เสีย จนถึงบางรายอาจมีอาการซึมเศร้า….

ขอเตือนไว้ นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ร่างกายเตือนให้เราได้รู้ตัวว่า

ตับ… กำลังมีปัญหา!

หมอจีนกล่าวไว้ว่า การที่ตับมีปัญหานั้น เกิดจากสภาพร่างกายของเราได้มีการเสื่อมลง จนทำให้ตับไม่สามารถกระจายพลังลมปราณไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกายได้สะดวก จนทำให้เกิดอาการของพลังลมปราณถูกอั้นไว้ในตับ เป็นสาเหตุทำให้เลือดลมเดินไม่สะดวก ขาดความคล่องตัว ซึ่งอาการผิดปรกติในการเกิดพลังลมปราณอั้นไว้ในตับเช่นนี้ ถ้านานวันเข้า ย่อมทำให้เกิดโรคตับมากมายหลายชนิด ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง แล้วมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ.บี. หรือซี. เข้าอีก โอกาสที่จะเกิดมะเร็งในตับก็เพิ่มอัตราเสี่ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เท่านั้นไม่พอ หากแม้ว่าเส้นลมปราณตับมีปัญหาการติดขัดมากขึ้น ทำให้พลังลมปราณถูกอั้นในตับหนักกว่าเดิม การไหลเวียนของเลือดและพลังลมปราณติดขัดไม่สะดวก ซึ่งเส้นลมปราณตับเริ่มต้นตั้งแต่ปลายนิ้วหัวแม่เท้าไปตามหลังเท้า น่อง ผ่านอวัยวะเพศไปที่ท้องน้อย ตับ ถุงน้ำดี ผ่านข้างกระเพาะอาหาร ขึ้นไปตามปอด ลำคอ แก้ม แล้วสิ้นสุดที่สมอง ดังนั้น พลังลมปราณอั้นตับ การกระจายพลังลมปราณย่อมเกิดปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆ จึงเกิดขึ้นได้ง่าย

จากเส้นลมปราณตับดังกล่าว ที่นอกจากการติดเชื้อไวรัสบีที่เป็นหนึ่งในสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งตับแบบสะสมเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นอย่างช้าๆ กว่าจะรู้ตัวก็มักจะสายไปเสียแล้ว โดยเป็นมะเร็งตับขั้นสุดท้ายเป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกัน จากการที่เส้นลมปราณมีการเชื่อมต่อกันดังกล่าว เมื่อเกิดพลังลมปราณอั้นในตับก็พลอยอาจทำให้เกิดมะเร็งที่เต้านม มะเร็งในมดลูก มะเร็งลูกอัณฑะ มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ชาย

ยิ่งคนที่เป็นไวรัสตับอักเสบ บี. ซึ่งตับมีอาการอักเสบ ร่างกายคนเราก็จะสร้างพังผืดเป็นการปกป้องโดยธรรมชาติ แต่ทว่าพังผืดที่ว่ากลับเป็นตัวการทำให้ตับเกิดอาการเป็นตับแข็ง นานวันเข้าการสะสมของพังผืดเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ดีหรือเซลล์ดีของตับน้อยลงเรื่อยๆ กระทั่งเกิดเป็นมะเร็งตับในที่สุด

ในการรักษาอาการตับดังกล่าว หมอจีนจะใช้วิธีที่สลายพลังลมปราณอั้นในตับ โดยการทะลวงจุดติดขัดพลังลมปราณของเส้นลมปราณ เป็นการทะลวงให้เส้นลมปราณเกิดการไหลเวียนของพลังลมปราณได้สะดวก เลือดก็จะไหลเวียนคล่องไม่ติดขัด เมื่อพลังลมปราณสามารถแล่นได้ทั่วทั้งร่างกายอย่างสม่ำเสมอก็สามารถค่อยๆฟื้นฟูให้แข็งแรงกลับคืนมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อาการตับแข็งที่เกิดจากพังผืดก็จะลดลงไปทีละเล็กทีละน้อย กระทั่งมีโอกาสหายเป็นปรกติ เมื่อการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เส้นลมปราณไม่มีติดขัด ตับก็จะดีขึ้นตามภาวะด้วยเช่นกัน

หลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ เป็นตัวช่วยที่รักษาอาการของตับได้อย่างชัดเจน ประการแรกทำการทะลวงเส้นลมปราณที่ติดขัดให้พลังลมปราณไหลเวียนได้คล่อง เมื่อพลังลมปราณไหลเวียนดีไม่เกิดพลังลมปราณอั้นในตับ ตับก็จะแข็งแรงฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี การกระจายของพลังลมปราณ สะดวกกระจายทั่วทั้งร่างกาย สุขภาพก็จะฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น อาการไวรัสตับอักเสบบี.ที่ทำให้เกิดพังผืดเกาะในตับนั้น หลินจือ รากและดอก 6 สายพันธุ์สามารถเข้าไปขับพังผืดให้ค่อยๆ สลายและออกไปอย่างช้าๆ กระทั่งมีโอกาสที่จะหายจากไวรัสตับอักเสบบี.ได้อย่างอัศจรรย์ยิ่งนัก เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาด้วยความอดทนโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 ปี และในระยะแรกประมาณ 6-12 เดือนแรกนั้น อาจพบว่า มีไขมันพอกตับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการขับไขมันในช่วงแรกให้รวมตัวในตับก่อนที่จะขับออกจากระบบของร่างกาย โดยผ่านระบบหลอดเลือด ผ่านเข้าสู่ระบบกระเพาะปัสสาวะ จนกระทั่งไขมันในตับสู่ภาวะปรกติในที่สุด

กระบวนการต่างๆของหลินจือเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ยากจะอธิบายให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ จนกว่าผู้ที่เป็นโรคตับดังกล่าว ได้ทานหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ของกาโนฯ แล้วก็จะเข้าใจและรู้ซึ้งถึงคุณค่าของหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ของกาโนฯ อย่างแท้จริง ได้รู้ว่า

หลินจือ คือผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

 

 

กาโนรักคุณ  มิถุนายน 2552