Tag-Archive for ◊ ช็อกโกแลต ◊

10 พ.ย. 2014 เทคนิคกินหวานแบบไม่เพิ่มน้ำตาล

141110

หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนพยายามลดความอ้วนกันอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ แต่สุดท้ายแผนไดเอทของคุณก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองผอมอย่างที่ต้องการแล้วก็กลับมากินอาหารหวานของโปรดเหมือนเดิม แต่ถ้าคุณอยากจะมีหุ่นดี หุ่นที่สวยเหมือนเดิมล่ะก็ไม่ยากค่ะ เรามีเทคนิคในการกินของหวานแบบที่ไม่เพิ่มน้ำตาลให้แก่ร่างกายมาฝากค่ะ

• ก่อนกินของหวาน ดื่มน้ำก่อนสักแก้วเพื่อช่วยจำกัดปริมาณน้ำตาลและเป็นการควบคุมไม่ให้คุณอยากกินหวานมากขึ้น

กินผลไม้แทน น้ำตาลธรรมชาติในผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายนะ ซึ่งน้ำตาลจากผลไม้จะช่วยทดแทนความอยากน้ำตาลของคุณได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์

• บางคนเลือกกินไอศกรีมปลอดน้ำตาล หรือแบบ Low Sugar แต่อย่าลืมว่าความอยากน้ำตาลของคุณก็จะยังคงอยู่และอาจเพิ่มขึ้น วิธีที่ได้ผลกว่าคือการกินไอศกรีมทั่วไปแต่ลดปริมาณเหลือแค่เล็กน้อยก็พอ

• กำหนดเวลาออกกำลังกาย ให้มีช่วงเวลาที่แน่นอนและออกกำลังอย่างเสมอจะช่วยควบคุมปฏิกิริยาเคมีในสมองให้ลดความอยากของหวานลงและยังช่วยให้อารมณ์ดีด้วย

• เลือกของหวานที่ทำจากผลไม้ทนที่จะหยิบขนมที่เน้นครีมชีสหรือช็อกโก-แลตอย่างเคย ก็เปลี่ยนเป็นพายหรือทาร์ตผลไม้แทน ซึ่งถือเป็นการเลือกของหวานเพื่อสุขภาพอย่างชาญฉลาดแถมคุณยังจะได้รับวิตามินและคุณค่าต่างๆ จากผลไม้อีกด้วยนะ

ใบหญ้าหวานหรือ Stevia พืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่ดูคล้ายกับใบกะเพรา ใบของมันมีความหวานมากกว่าน้ำตาลเสียอีก แต่ไม่สามารถใช้แทนน้ำตาลได้ซะทีเดียวในการทำเบเกอรี่แต่สามารถใช้ใบหญ้าหวานในการปรุงอาหารคาวได้

• ไอศกรีมแท่งรสผลไม้ต่างๆ คุณควรกินไอศกรีมเชอร์เบ็ตนยามที่คุณอยากของหวานแทนลูกอมทั้งหลาย เพราะมันมีรสหอมหวานแถมเย็นชื่นใจ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจและไม่รู้สึกอยากกินของหวานๆอีกเมื่อกินหมดแท่งไปแล้ว

อย่าอดอาหาร การอดอาหารมื้อประจำไปจะยิ่งกระตุ้นความอยากน้ำตาลมากขึ้น

สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลก็ช่วยได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องระวังเพราะบางคนอาจมีอาการแพ้สารให้ความหวานนี้ได้

งดเติมน้ำตาล หรือเติมให้น้อยลงกว่าปกติเมื่อถึงเวลาจิบชา กาแฟ รวมถึงเวลาปรุงก๋วยเตี๋ยวด้วยนะ

• อย่าลืมว่าในบรรดาอาหารเหล่านี้อย่างเช่น น้ำผลไม้ ขนมปัง โยเกิร์ตแต่งรสอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และโซดาเป็นต้น ซึ่งบางอย่างอาจจะดูเหมือนรักษาสุขภาพแต่ก็อาจแฝงด้วยการใช้น้ำตาลแต่งรสชาติ จึงต้องระวังอย่ากินมากเกินไป

ได้ความรู้กันไปเยอะแยะเลยนะคะ คราวนี้ล่ะก็ไม่ต้องกลัวอ้วนกันอีกแล้ว แต่ต้องระวังอย่าทานมากจนเกินไปนะคะ ต่อให้เทคนิคดีแค่ไหน ถ้าทานมากเกินไปก็อ้วนได้เหมือนกันค่ะ

☆¸.•°*”˜˜”*°•.¸☆ ★ ☆¸.•°*”˜˜”*°•.¸☆
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ร่วมกันแบ่งปันข้อมูลสุขภาพดีๆ นะคะ
☆¸.•°*”˜˜”*°•.¸☆ ★ ☆¸.•°*”˜˜”*°•.¸☆

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Lisa

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

22 ส.ค. 2013 ประสบการณ์จากผู้ใช้ : ผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาต

ผู้ป่วย : นายสวอง ชัยมีแรง

ที่อยู่ หลังโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ประวัติการป่วย : ป่วยเป็นโรคอัมพาต

Case-1306-1

นายสวอง ชัยมีแรง เป็นโรคเบาหวานมานาน มีอาการวูบบ่อย และเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ขณะทำเล้าไก่แล้วล้มฟุบเพราะเส้นเลือดในสมองตีบจนเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลิ้นจุกปาก และต้องให้อาหารทางสายยาง

ขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในตัวจังหวัดศรีสะเกษ ได้เริ่มรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ โดยให้ยาทางสายยางในโรงพยาบาล ซึ่งผู้แนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิดโดย คุณสุทธิภัทร์ และคุณสุภิชา

ตำรับยาที่ใช้

มื้อเช้า-บ่าย :  3 ราก 2 ดอก 1 สกาโน 3 ส้มแขก โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และตามด้วยกาโนซีเรียล

มื้อค่ำ : 3 ราก 1 สกาโน 3 ส้มแขก 1 ถั่งเฉ้า  โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และดื่มกาแฟกาโน 3in1

ระหว่างมื้อ รับประทานออยสเตอร์ 1 แพ็ค 8 แคบซูล ครั้งละ 1 แคปซูล วันเว้นวัน ต่อจากนั้น 3 วัน 1 แคปซูล ใช้ ชากาโนล้างสายยาง 

Case-1306-2

ระยะเวลา 3 วัน ออกจากโรงพยาบาลได้

8 วัน เริ่มหัดเดิน

12 วันถอดสายยางได้

1 เดือน 4 วัน เดินได้เป็นปกติ

 

อาการป่วยหายดีขึ้นด้วยการรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์  ซึ่งจะต้องมีการปรับการรับประทานตามวิธีที่แนะนำซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรค

 

กาโนรักคุณ  มิถุนายน  2556

19 ส.ค. 2013 วิธีรับประทานหลินจือ ตามตำรับการแพทย์แผนจีน

How-to_1304วิธีรับประทานหลินจือ ตามตำรับการแพทย์แผนจีน

ตามตำราการแพทย์แผนจีน กล่าวว่า … เวลาที่ถูกต้องในการทานตำรับยาหลินจือ คือ มื้อเช้าให้ทานก่อนอาหารอย่างต่ำ 1 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าก่อนแปรงฟัน หรือบ้านปาก ก่อนอาบน้ำ ให้ทานหลินจือก่อน และดื่มกาแฟ 3 in 1 หรือดื่มช๊อกโกแลต หรือดื่มกาแฟม็อคค่า และดื่มกาแฟสกาโนตาม ทุกครั้งหลังทานหลินจือ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีมาก เพราะท้องกำลังว่าง ส่วนมื้ออื่นๆ ควรปฏิบัติเหมือนทานมื้อเช้าเช่นกัน เฉพาะมื้อค่ำหรือมื้อก่อนนอน ควรทานหลังอาหารค่ำ หรือ หลังจากทานอาหารว่าง หรือหลังจากทานอาหารมื้อหลังสุด ควรเว้นระยะเวลาอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง จึงค่อยทานหลินจือ เช่น ทานอาหารค่ำเวลา 19.00 น. และต้องทานของว่างต่ออีก เวลา 20.00 น. เพราะฉะนั้นหลังจากเวลา 20.00 น. ไม่ควรทานอะไรอีกแล้ว เพื่อรอทานหลินจือ เว้นระยะเวลาอย่างต่ำ 2 ชั่วโมง คือเวลา 22.00 น. ถึงจะทานหลินจือ ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วค่อยเข้านอน

สำหรับมื้อค่ำ หรือมื้อก่อนนอน ขอแนะนำให้ทานแทนมื้อเย็น ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องทานหลินจือ 2 มื้อคือ มื้อเช้าและมื้อเย็น ขอให้เปลี่ยนมาทานเป็นมื้อเช้าและมื้อค่ำ จะดีกว่าหรือจะทาน มื้อเช้าและมื้อเย็นเหมือนที่เคยทานมาแล้วก็ได้ ตามความสะดวกของผู้ป่วยแต่ละราย แต่ขอแนะนำให้ทานหลินจือมื้อเช้า และมื้อค่ำจะดีกว่า

และกรณีที่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องทานหลินจือ 3 มื้อต่อวัน ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยหนัก หรือเป็นหลายโรค ขอแนะนำให้ทานตามเวลาดังนี้

มื้อเช้า มื้อเย็น (3-4 โมงเย็น) และมื้อค่ำ หรือมื้อก่อนนอน (20.00น.-21.00น.) และต้องควบคุมเรื่องการทานอาหารด้วย

หมายเหตุ ควรงดทานอาหารและเครื่องดื่มที่แสลงกับโรค เช่นของหมักดอง พวกผักที่มีสารเคมี เช่นยาฆ่าแมลง และฟอร์มาลีน ซึ่งมีอยู่ในผักทั่วไป

ควรระวัง !  และโดยเฉพาะ ขอให้งดดื่มนมทุกชนิด รวมทั้งนมถั่วเหลือง และน้ำเต้าหู้ด้วย

สำหรับเด็ก ควรงดดื่มนมสำเร็จรูป ยกเว้นนมแม่ ขอแนะนำให้ทานราก 1 แคปซูล ละลายผสมกับช็อกโกแลต ครึ่งซอง หรือกาโนซีเรียล ครึ่งซอง ให้เด็กดื่มแทนนม หรือจะทานเฉพาะราก ละลายน้ำแทนนมก็ได้

 

กาโนรักคุณ เมษายน 2556