Tag-Archive for ◊ กาแฟกาโน ◊

28 ก.ค. 2016 ปวดขามีสาเหตุมากกว่าที่คิด

160727

 

ปวดขามีสาเหตุมากกว่าที่คิด

เชื่อไหมว่าหากนำ “เส้นเลือดแดง” ในตัวคนมาต่อกัน จะได้ความยาวมากกว่าระยะทางรอบโลกเสียอีก…

ตลอดความยาวอันน่าทึ่ง ภายในผนังเส้นเลือดแดงคือกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ไม่เคยหยุดส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ตราบใดที่เส้นเลือดแดงยังทำงานเป็นปกติ เจ้าของร่างกายก็จะยังไม่รู้สึกผิดแปลกอะไร ต้องให้เกิดปัญหาการตีบตันขึ้นภายในหลอดเลือดเสียก่อน เราจึงจะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่ไม่ได้รับเลือดไปเลี้ยง “เส้นเลือดแดงที่ขา” เป็นอีกจุดที่เกิดการตีบตันได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือเคยสูบบุรี่จัด รวมทั้งคนอ้วน จะยิ่งมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตันได้ง่าย

แค่ปวดขา หรือเป็นโรคหลอดเลือด

อาการที่เริ่มบอกว่าเส้นเลือดแดงอาจมีการอุดตัน ได้แก่ อาการปวดน่อง ปวดเท้า หรือปวดขา หลังจากเดินหรือออกกำลังกาย และจะดีขึ้นเมื่อได้พัก อาการเช่นนี้เรียกว่า Claudication ซึ่งเป็นการปวดเพราะกล้ามเนื้อขาดเลือด แต่เนื่องจากเป็นอาการปวดที่เมื่อได้พักแล้วหาย จึงทำให้คนไข้คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก และมักแก้ไขด้วยการหายามาถูนวด ยิ่งถ้าหากไปหาหมอ แล้วคุณหมอไม่ได้ตรวจอย่างละเอียดหรือไม่ได้คลำชีพจรที่เท้า ก็อาจไม่ทราบว่าโรคที่เกิดคือ “โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย” (Peripheral artery disease: PAD) แต่อาจวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อ หรือโรคปวดเมื่อยตามประสาคนแก่ก็เป็นได้

อาการปวดขาจากโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายนี้ หากปล่อยทิ้งไว้จนเส้นเลือดตีบตันมากขึ้นอาจทำให้เท้าชา เย็น ยิ่งถ้าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ก็อาจเกิดแผลที่รักษาไม่หาย ถ้าเป็นมากๆ อาจถึงขั้นมีลิ่มเลือดมาอุดตันจนทำให้เกิดอาการขาดเลือดมาเลี้ยงฉับพลัน หากแก้ไขไม่ทันจะทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่เท้าข้างนั้นตาย จนนำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อ ตัดนิ้ว หรือตัดเท้าตัดขาทีเดียว เนื่องจากถ้าทิ้งไว้พิษจากเนื้อตายจะซึมเข้ากระแสเลือด ลามไปทั่วร่างกายได้

หลอดเลือดอุดตันป้องกันได้

การป้องกันอาการหลอดเลือดแดงอุดตันลุกลามเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการที่น่าสงสัย เช่น ปวดเท้า หรือปวดน่องจากการเดินมากๆ หรือมีความเสี่ยงจากอาการ 4-5 อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็ควรเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องมือวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่เรียกว่า ABI

การตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะทำให้คุณสามารถดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ได้เป็นหนักขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การดูแลตัวเองไม่ได้ยุ่งยากอะไร เบื้องต้นก็คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาเป็นประจำ เช่น เดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที ส่วนผู้มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร รวมทั้งดูแลโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หรือไขมันสูง ควบคู่กันไปด้วย เพียงเท่านี้ก็พอจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการเส้นเลือดตีบรุนแรงขึ้นได้

ที่สำคัญ อย่าลืมว่า หากคุณมีอาการชวนสงสัยว่าจะเกิดจากหลอดเลือดขอดหรือตีบ ต้องปรึกษาแพทย์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์หลอดเลือด รพ.หัวใจกรุงเทพ

#clubคนรักสุขภาพ

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

08 พ.ย. 2014 ฟักทอง ประโยชน์เพียบ !!!!

141108

ฟักทองจัดเป็นพืชไม้เถาเลื้อยที่มีผลสีเหลืองตระกูลเดียวกับมะระ สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายชนิด ทั้งคาวและหวาน มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทุกส่วนเช่น

- ใบอ่อน เมื่อเทียบกับเนื้อฟักทองซึ่งมีวิตามินเอสูงแล้ว ใบอ่อนจะมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าเนื้อฟักทองด้วย

- ดอก มีวิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีวิตามินซีเล็กน้อย

- เนื้อฟักทอง อุดมไปด้วย แคลเซียม วิตามินซี ฟอสฟอรัส วิตามินเอสูง ที่สำคัญมี เบต้าแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อสีเหลืองๆ ของฟักทอง ช่วยลดการเกิดมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ แถมยังช่วยชะลอความแก่เพราะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหน้ง ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล ป้องกันโรคผิวหนัง และยังบรรเทาอาการปวดข้อเข่า บั้นเอวได้อย่างดียิ่ง

- เยื่อกลางผลฟักทอง นำไปพอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อักเสบหรือปวดได้

- เปลือกฟักทอง ป้องกันการเกิดเบาหวาน เพราะจะช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ไต ดวงตาอีกด้วย

- เมล็ด มีสารที่ชื่อว่า คิวเคอร์บิติน (cucurbitine) ช่วยฆ่าพยาธิตัวตืดได้ดี แถมยังช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและนิ่ว นอกจากนี้ น้ำมันที่ได้จากเมล็ดของฟักทอง ช่วยบำรุงประสาทได้ และยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากของผู้ชายขยายใหญ่ขึ้น และช่วยปรับฮอร์โมนเพศชายให้อยู่ในระดับปกติ

- ราก น้ำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการไอได้ และยังช่วยบำรุงร่างกาย ถอนพิษของฝิ่นได้

ได้เห็นประโยชน์ดี ๆ ของ “ฟักทอง” แล้วอย่าลืมหามาทานกันนะคะ

————————–——–
#หุ่นดี #สุขภาพดี #เริ่มต้นวันนี้ #มีโค้ชแนะนำ
สำหรับผู้ที่สนใจ Inbox: ฝาก ชื่อ เบอร์โทร
ทางข้อความ http://goo.gl/zRZkgb
Line ID: princesslingling
Call : 084-0999978
#ลดพุง #ลดอ้วน #ลดไขมัน #ลดน้ำหนัก #หุ่นฟิต
คลิ๊ก www.thaihealthcarecenter.com/sampling
#BeHealhtyOnline #BeHealthy #BeFit
————————–——–

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook ค่ะ

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

06 พ.ค. 2014 มาทานอาหารเช้ากันเถอะ

140506

ผลประโยชน์ที่ได้จากการรับประทานอาหารเช้า คือ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเส้นเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคนิ่ว และโรคกระเพาะต่างๆ ได้ ที่สำคัญช่วยควบคุมโรคอ้วนและน้ำหนักได้เป็นอย่างดีค่ะ

การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้น แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้า จะมีสมาธิน้อยลง และสมองไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า อาหารเช้ามีความสำคัญมาก สัดส่วนของอาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารเย็นควรเป็น 3:2:1 ค่ะ

มาทานอาหารเช้ากันค่ะ ^____^

————————–————-

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

26 เม.ย. 2014 7 สมุนไพร ช่วยการทำงานของลำไส้หน้าร้อน

140426

ถ้าลำไส้เป็นสุข สุขภาพก็แข็งแรง นี่คือสัจธรรม เพราะภูมิคุ้มกันร่างกายส่วนสำคัญอยู่ที่ลำไส้ด้วยที่หนึ่ง ยกตัวอย่าง “ไส้ติ่ง” ที่มีต่อมน้ำเหลืองสร้างเกราะป้องกันเชื้อโรคให้เราได้อยู่มาก หากไปตัดออกโดยไม่จำเป็นก็จะทำให้ขาดของดีไป

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า ในผู้ที่มีสุขภาพไม่ดีนั้นขอให้หันมามองที่ลำไส้ด้วยส่วนหนึ่ง บางทีมันอาจเป็นคำตอบที่ท่านหามานาน เช่น บางท่านมีอาการเจ็บป่วยง่ายอาจเกิดจากการไวต่ออาหารในลำไส้หรือพูดง่าย ๆ ว่าไส้รั่วเพราะแพ้อาหารบางชนิดที่กินมาตลอดชีวิต

ลำไส้และทางเดินอาหารจึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ท่านมีความสุขอยู่ไม่น้อย โดยมันคอยช่วยสุขภาพในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยขับสารพิษ ช่วยดูดซับของดีจากอาหาร ช่วยสร้างเคมี หรือ ฮอร์โมนปรับสมดุลร่างกาย

ในหน้าร้อนมีผลต่อลำไส้เช่นกัน โดยส่วนหนึ่งมาจากอากาศเองด้วยที่ทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติไป เป็นต้นว่า ทำให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติ มีการหลั่งน้ำย่อยไม่เป็นปกติ จนถึงกระตุ้นให้ลำไส้แปรปรวนกำเริบ

7 สมุนไพรที่ควรเปิบเพื่อช่วยการทำงานของลำไส้ มีดังนี้
————————–————————–————–
#โหระพา น้ำมันหอมกรุ่นกลิ่นที่อยู่ในโหระพาคือพระเอก ช่วยเจริญอาหาร ลดอาการโรคกระเพาะที่จุกเสียดแน่น ช่วยต้านมะเร็งจาก “เบต้าแคโรทีน” ที่มีอยู่สูง นอกจากนั้นน้ำมันโหระพายังมีฤทธิ์ต้านพยาธิลำไส้ตัวสำคัญอย่าง “ไกอาเดีย” ด้วย

#ใบแมงลัก อยู่ในแกงเลียงซดชื่นใจ จะใส่ขนมจีนน้ำยาก็อร่อยเด็ด ใบแมงลักช่วยคลายท้องอืดแน่นเฟ้อได้ราวกับร่ายมนตร์ สามารถรับประทานจากในแกงหรือรับประทานสดเป็นผักแกล้มก็ได้ ช่วยให้ท่านคลายรำคาญจากอาการท้องอืด นอกจากนั้นใบแมงลักยังช่วยแก้อาการท้องร่วงท้องเสียได้ด้วย

#หัวหอม มีของดีที่ช่วยลำไส้คือเส้นใยสุขภาพที่ชื่อ “อินนูลิน” ที่กินแล้วช่วยเสริมภูมิให้ลำไส้ ไล่พยาธิและอาการอักเสบต่าง ๆ ในช่องท้อง ช่วยในผู้ป่วยเบาหวานที่กระเพาะลำไส้ทำงานไม่ค่อยดี มีท้องอืดหรือแน่นท้องบ่อยให้สบายขึ้นได้

#กระเทียม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในลำไส้ได้จากสารกลุ่ม “ซัลเฟอร์” หรือกำมะถัน การรับประทานกระเทียมเหมือนกับการกินยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายลำไส้มากจนเกินไป นอกจากนั้นยังมีรายงานว่ากระเทียมช่วยรักษาโรคบิดได้

#กะเพรา อาหารประเภทไม่ต้องคิดมากอย่าง “ผัดกะเพรา” มีฤทธิ์ไม่ธรรมดา เพราะใบกะเพรามีชื่อเสียงในเรื่องดูแลลำไส้ ช่วยให้อาการปวดท้องคลายลง ช่วยย่อยอาหาร ที่สำคัญคือไล่มะเร็งได้ด้ว

#ตะไคร้ ช่วยกระตุ้นลำไส้ น้ำมันหอมในตะไคร้ช่วยขับน้ำดี ช่วยลดการอักเสบแก้อาการปวดเกร็งได้แบบที่แพทย์ไทยเรียกว่าแก้กษัยเส้น ท้องแข็งเป็นดาน นอกจากรับประทานเป็นอาหารแล้วตะไคร้ยังใช้ชงดื่มเป็นชาสมุนไพรหอมดื่มได้ด้วย

#ขิง เป็นสิ่งดี ๆ ที่ช่วยให้ผู้ที่มีอาการทางเดินอาหารที่มักคลื่นไส้อาเจียนเวียนหัวบ่อยดีขึ้นได้ แม้ขิงจะเป็นของร้อนแต่ในขิงมีน้ำมันพิเศษที่ช่วยต้านอักเสบและคลายลำไส้ ช่วยรักษาแผลกระเพาะที่ติดลำไส้ส่วนต้น ช่วยลดการอักเสบของตับ นอกจากนั้นขิงยังถือเป็นยาอายุวัฒนะ ถึงขนาดชาวจีนขนานนามว่า “โสมน้อย” ทีเดียว

ในกลุ่มของอาหารที่ว่ามาสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ให้สังเกตอาการโรคลำไส้ในหน้าร้อน 3 อาการหลักได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสียและมีไข้ เมื่อใดที่เริ่มมีอาการให้ดื่มน้ำให้มากและดูแลเรื่องอาหารให้ดี ถ้ามีอาการมากก็ไปพบแพทย์แต่ถ้าไม่มากก็ป้องกันไว้ก่อนด้วยสมุนไพรดังที่กล่าวไว้ค่ะ.

นวพรรษ บุญชาญ, เดลินิวส์ 29 มีนาคม 2557

ฺติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Blog BeHealthy :http://www.oknation.net/blog/behealthyonline/2014/04/25/entry-2

————————–————————–—-
> ชอบกด Like & Share แบ่งปันสุขภาพที่ดี ความรู้ดีๆ ให้กับคนที่คุณรัก ฝากกด LIKE หน้าเพจ @Be Healthy เป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ

18 เม.ย. 2014 วุ้นดอกกระเจี๊ยบ

140418

ดอกกระเจี๊ยบ (จริงๆ แล้วเป็นส่วนของกลีบรองดอกและกลีบเลี้ยง) เป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยคุณตาคุณยาย เพราะมีประโยชน์กับทุกเพศทุกวัย ทั้งสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด สำหรับผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงธาตุ และบำรุงกำลัง 

ประเทศต่างๆ ที่ใช้กระเจี๊ยบเป็นยา เช่น ในแอฟริกาใต้ใช้เมล็ดกระเจี๊ยบต้มกิน เป็นยาขับปัสสาวะ และเป็นยาบำรุง และใช้น้ำมันจากเมล็ดรักษาแผลให้อูฐ ในแอฟริกาตะวันออกใช้ใบต้มน้ำกินแก้ไอ ลดความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ลดคอเลสเตอรอล ลดความหนืดของเลือด ขับพยาธิ

ในอียิปต์ ใช้กลีบเลี้ยงต้มกินกับน้ำตาลวันละสามเวลา ใช้รักษาความดันโลหิตสูง ใช้ทั้งต้นต้มกินรักษาโรคหัวใจและโรคประสาท กินเป็นยาลดน้ำหนักเนื่องจากช่วยให้ระบายและยังใช้เป็นยาช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้

ส่วนกัวเตมาลา ใช้น้ำตาลต้มกลีบเลี้ยงแห้งเป็นยาขับปัสสาวะ ยาลดการอักเสบของไต ในอินเดียและแม็กซิโกใช้กระเจี๊ยบเป็นยาเหมือนๆ กันและยังใช้กระเจี๊ยบในทางคล้ายๆ กัน คือ ใช้ใบต้มน้ำกินด้วยเชื่อว่าจะทำให้เลือดบริสุทธิ์ และใช้ตากแห้งต้มน้ำกินแก้ไ

ในประเทศไทย ใช้ใบสดและกลีบเลี้ยงทั้งสดและแห้งของกระเจี๊ยบต้มกิน แก้ไอ แก้นิ่ว ลดไข้ ขับน้ำดี โดยใช้ใบสด 30-60 กรัม ต้มหรือแกงกิน ใช้กลีบเลี้ยงแห้ง 5-10 กรัม ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกิน 

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า การทดลองในหนูโดยใช้กลีบเลี้ยงแห้ง ในความเข้มข้น 5% ของอาหารที่เลี้ยงหนูนั้น สามารถลดคอเลสเตอรอลได้ ในความเข้มข้นของกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบ ในอาหารที่เท่ากัน คือ 5% นั้นยังสามารถลดไขมัน ลดไตรกลีเซอไรด์ในหนูได้เช่นกัน

นอกจากนั้นยังพบว่า จากการทดลองในแมว สารสกัดด้วยน้ำของกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบ เมื่อฉีดเข้าเส้นแล้ว มีฤทธิ์ลดความดัน ส่วนน้ำต้มจากการทดลองให้คนกิน สามารถลดความดันโลหิตได้ และมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยทำการทดลองในหนู เมื่อใช้น้ำต้มกลีบเลี้ยงในขนาด 1 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม สามารถเป็นยาขับปัสสาวะที่แรงมาก และในขนาดที่เท่ากันนี้สามารถขับยูริคได้ดีในหนูเช่นกัน และน้ำต้มจากดอกทดลอง ในคนสามารถเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาลดความดันโลหิตสูง เป็นยาลดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะ ภายหลังการผ่าตัดผู้สูงอายุที่เป็นนิ่วในไต ได้

ส่วนสารสกัดจากกลีบดอกของกระเจี๊ยบนั้น ช่วยระบายทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น ช่วยลดอาการบวม ช่วยยับยั้งการสร้างอะฟลาท๊อกซิน ช่วยปกป้องไม่ให้ตับถูกทำลาย นอกจากนี้ยังมีคล้ายฤทธิ์ฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสตรีวัยทอง

ส่วนความเป็นพิษนั้น พบว่า การที่ทำให้หนูตายครึ่งหนึ่งนั้น ต้องกินน้ำสกัดกระเจี๊ยบ 129.1 กรัมต่อน้ำหนักหนูหนึ่งกิโลกรัม คือ ถ้าเปรียบเทียบกับให้คนกินแล้ว คนหนักประมาณ 60 กิโลกรัมจะต้องกินกระเจี๊ยบประมาณ 7.8 กิโลกรัม คิดว่าคนทั่วไปคงไม่มีปัญญากินอยู่แล้วล่ะ เพราะท้องจะแตกตายก่อนที่จะเป็นพิษจากกระเจี๊ยบ 

ประโยชน์เยอะแยะอย่างนี้ เลยนำสูตร วุ้นดอกกระเจี๊ยบ จากนิตยสารชีวจิต มาฝากเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการรับประทานกระเจี๊ยบค่ะ
ส่วนผสม
ดอกกระเจี๊ยบสดล้างสะอาด 5-6 ดอก
ผงวุ้น 1 ¼ ช้อนชา
น้ำตาลทรายแดง ¼ ถ้วย
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
น้ำสะอาด 2 ถ้วย
น้ำสะอาดเล็กน้อยสำหรับละลายผงวุ้น
วิธีทำ
1. เคี่ยวดอกกระเจี๊ยบกับน้ำ โดยใช้ไฟปานกลาง จนกระทั่งสีของดอกกระเจี๊ยบละลายออก จากนั้นตักดอกกระเจี๊ยบขึ้น
2. ละลายผงวุ้นกับน้ำเข้าด้วยกัน แล้วเทลงในน้ำต้มดอกกระเจี๊ยบ คนให้เข้ากัน
3. เติมน้ำตาลทรายแดงและเกลือลงไป คนจนละลาย เคี่ยวต่อจนส่วนผสมเริ่มข้นเล็กน้อย ปิดไฟ ยกลงจากเตา
4. เทส่วนผสมที่ได้ใส่พิมพ์ ตกแต่งด้วยดอกกระเจี๊ยบ พอส่วนผสมแข็งตัวเป็นวุ้น ตักออกจากพิมพ์พร้อมเสิร์ฟ
Tips
1. วิธีเลือกดอกกระเจี๊ยบ ให้เลือกดอกสด ขนาดใหญ่ กลีบดอกอวบ สมส่วน มีน้ำหนักดี
2. สามารถหั่นกลีบดอกกระเจี๊ยบที่เคี่ยวแล้วเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปขณะที่เคี่ยววุ้น ทำให้ได้คุณค่าทางอาหารเพิ่มขึ้น และช่วยให้วุ้นมีสีสันสวยงา

หมายเหตุ: ข้อมูลทางสุขภาพที่ทางเพจไม้ภูตะวันโพสต์ทั้งหมด มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค และเพื่อความปลอดภัย ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ขอบคุณข้อมูลจาก cheewajit.com, hiso.or.th
ขอบคุณรูปจาก cheewajit.com

ด้วยความปราถนาดีจาก กาโน กาแฟผสมเห็ดหลินจือ