Archive for ◊ สิงหาคม, 2013 ◊

25 ส.ค. 2013 วิธีรับประทานหลินจือ สำหรับผู้ป่วยหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หืดหอบ ภูมิแพ้ ไข้หวัด
How-to_0809

วิธีทานหลินจือ สำหรับผู้ป่วย หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หืดหอบ ภูมิแพ้ ไข้หวัด อาการไอ และริดสีดวงจมูก

24 ส.ค. 2013 พลังงานในอาหารสร้างกล้ามเนื้อ

1308_n

 

 

การเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักนั้นง่ายขึ้น ซึ่งในบทความนี้ก็จะเจาะลึกลงไปถึงอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเหมาะแก่การเป็นอาหารลดน้ำหนักนั้นมีอะไรบ้าง

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารทั้ง 6 นั้นมีอะไรบ้าง

 

 

 

 

ไข่

ใคร หลายๆคนนั้นอาจจะมองข้ามอาหารลดน้ำหนักด้วยโปรตีนจากไข่ไป หารู้ไม่ว่าไข่นั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายเป็นอย่างมาก และไข่นั้นยังสามารถรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ในขณะที่เป็นอาหารลดน้ำหนัก ควบคู่ไปด้วย ไข่นั้นมีแคลอรี่ที่ต่ำมากๆ และมีโปรตีนสูง ที่สำคัญคือมีคาร์โบไฮเดรตเป็นศุนย์ ซึ่งถ้าคุณไม่รับประทานไข่แดงและรับประทานแต่ไข่ขาวนั้นคุณจะไม่มีไขมันเลย แม่แต่นิดเดียว

พลังงานในไข่ไก่ 1 ใบ 80 kcal

 

ปลาแซลมอนธรรมชาติ

ปลาแซลมอนนั้นมีราคาที่แพง ซึ่งใครๆหลายคนมักจะหลีกเลี่ยงจากมัน แต่มันเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ดีมากๆ ด้วยโอเมก้า3 ที่ อยู่ในปลาแซลมอนนั้นดีต่อสุขภาพและสมองของคุณ และที่ว่าดีนั้นก็เพราะว่าปลาแซลมอนนั้นไม่มีคาร์โบไฮเดรตแต่มีโปรตีนที่ อุดมสมบูรณ์มากนั่นเอง

พลังงานในปลาแซลมอน(85 กรัม ) 121 kcal

 

พอร์คชอพ, เนื้อเเดงไม่ติดมัน

จริงๆแล้วการรับประทานเนื้อหมูนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปรับประทานถึงร้านสเต็กก็ได้ แต่เราต้องรับประทานเนื้อหมูที่ไม่ติดมันอย่างเบคอน, คอหมูย่าง หรือส่วนอื่นๆ และถ้าหากทำได้คุณจะได้รับวิตามินบี 12 ไปแบบง่ายๆเลยโดยที่ได้รับไขมันและคลอเลสเตอรอลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จากการศึกษาพบว่าการรับประทานเนื้อหมูวันละ 6 ออนซ์ (1 ออนซ์ = 28.35 กรัม) จะสามารถช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ได้

พลังงานในพอร์คชอพ (ขนาดเท่าสำรับไพ่) 118 kcal

 

ชีส
คน ที่เห็นคำว่าชีสแล้วก็อาจจะรู้สึกท้วงขึ้นมาทันที เพราะใครๆก็รู้ว่าชีสนั้นเป็นเหมือนศัตรูตัวฉกาจของคนที่กำลังลดน้ำหนักเลย ทีเดียว แต่มันก็ไม่เสมอไปถ้าหากคุณรับประทานแต่พอดี เพราะในชีสนั้นมีคาร์โบไฮเดรคที่ต่ำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโปรตีนเคซีนที่พบในนมสูง ซึ่งโปรตีนนี้ก็เป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย เพราะฉะนั้นการรับประทานชีสแต่พอดีนั้นก็จะทำให้มวลกล้ามเนื้อในร่างกายนั้น เพิ่มขึ้นและยังไม่ส่งผลเสียใดๆอีกด้วย

พลังงานในแบรชีส (ขนาด1 นิ้ว x 1 นิ้ว ) 57 kcal

 

อัลมอนด์

อัล มอนด์นั้นเรียกได้ว่าเป็นอาหารว่างที่ดีที่สุดสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะถั่วเปลือกแข็งนั้นแหล่งใหญ่ของโปรตีนและไขมันดี ซึ่งคุณจะรู้สึกอิ่มได้เร็วโดยที่ไม่มีของเสียลงไปในร่างกายเลย และในอัลมอนด์ยังมีวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งการทำลายสารอนุมูลอิสระนี้ก็จะเป็นการซ่อมแซมกล้ามเนื้อไปในตัวด้วยเช่น กัน

พลังงานในอัลม่อน (12 เม็ด ) 83 kcal

 

ผักโขม

คุณๆคงเคยเห็นป็อปอายที่เมื่อใส่ผักโขมเข้าไป ในปากกล้ามก็จะใหญ่โตจนล้มคู่ต่อสู้ได้อย่าง่ายดาย ในความเป็นจริงนั้นก็ไม่ต่างกันมากเพราะผักโขมนั้นก็เป็นอาหารที่ช่วย ป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อไปและยังมีผลพลอยได้อีกนั่นคือป้องกันมะเร็ง, โรคหัวใจและโรคเบาหวานอีกด้วย นอกจากนี้ยังรับประทานเพื่อลดความอ้วนได้ด้วยนะ

พลังงานในผักโขม ( 28 กรัม ) 7 kcal

 

Credit: adwhey.com

23 ส.ค. 2013 คุณภาพหลินจือ : เลือกกินตัวไหนระหว่า ถั่งเฉ้า-ออยส์เตอร์-สกาโน?

Quality_0808

ภายหลังที่สมาชิกครอบครัว กาโนฯ ได้มีความเข้าใจบางส่วนในสรรพคุณของ “ถั่งเฉ้า” หรือ “ตงฉง” หรือในภาษาอังกฤษ “Cordyceps” กันแล้ว ก็เลยเกิดปัญหาข้องใจและสงสัยกันยกใหญ่ว่า…

แล้วจะเลือกกินตัวไหนดี?

ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน !

แน่นอน ต้องกินทุกตัวนั่นแหละ เป็นดีที่ซู้ด (สำหรับผู้นำ)

แต่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปล่ะ?

ขืนตอบให้กินทุกตัว ตั้งแต่พระเอกนางเอก หลินจือ ราก และดอก ที่ต้องกินแน่นอนอยู่แล้ว ต้องพ่วงอีก 3 ตัวเข้าไป

สิ่งที่ได้ ชาวบ้านทั่วไป ปฏิเสธค่อนข้างชัดเจน

เพราะฉะนั้น เราจึงจำเป็นต้องจัดสรรให้เขากินควบคู่ไปกับหลินจืออย่างมีชั้นเชิง ซึ่งก็คือ “กินอย่างมีคุณภาพ” ที่ได้ประโยชน์ทางยาสูงสุดนั่นเอง

ไม่ว่า “ถั่งเฉ้า” “ออยส์เตอร์” และ “สกาโน” ต่างมีประโยชน์ในการบำบัด เสริมสร้าง ให้สุขภาพของเราดีขึ้นแน่นอน เพียงแต่เราจำเป็นต้องเลือกสรรให้เหมาะกับแต่ละคน

การจะเลือกให้เหมาะกับแต่ละคนนั้นเราจำเป็นต้องรู้สรรพคุณของแต่ละตัวให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วเราก็จะรู้ว่า ให้กินหลินจือ ควบคู่กับตัวไหน?

ดังนั้น เราจะมาทำความเข้าใจกับ “ถั่งเฉ้า” “ออยส์เตอร์” และ “สกาโน” ให้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา

“สกาโน” ซึ่งก็คือ “ว่านปลาไหลเผือก” ที่ผ่านกระบวนการสกัดพิเศษที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยมีส่วนผสมของหลินจือภายในแคปซูลเดียวกัน เป็นที่รู้กันทั่วโลกในวงการสมุนไพรว่า “ว่านปลาไหลเผือก” มีจุดเด่นอยู่ที่ การลดไข้ รักษาอาการไข้ รักษาโรคไข้จับสั่น ตัดไข้เป็นต้น

แต่สำหรับ “สกาโน” ของกาโนฯ มีความพิเศษ และเป็นจุดเด่นยิ่งกว่านั้นก็คือ บำรุงไตเป็นสำคัญ เมื่อไตแข็งแรง ระบบเลือดก็ได้รับการกรองให้ดีขึ้น เป็นการบำรุงไปด้วยในตัว บำรุงระบบเส้นประสาทกระดูกสันหลัง โดยการบำรุงทั้งระบบเลือดและเส้นประสาท ทำให้ระบบกล้ามเนื้อได้รับการคลายตัว จึงเป็นการลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ขณะเดียวกัน อาการอักเสบ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นไข้ ดังนั้น เมื่อกิน “สกาโน” ก็เท่ากับลดไข้ เมื่อไข้ลดลง อาการปวดก็จะลดลงโดยธรรมชาติ

เพราะฉะนั้น “สกาโน” กินคู่กับ “หลินจือ” จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวด มีไข้ หรือเกิดจากการขับพิษที่ทำให้มีอาการปวด มีไข้ขึ้น ก็เหมาะกับการกินหลินจือคู่กับสกาโนอย่างไม่มีปัญหา

ส่วน “ออยส์เตอร์” มีประสิทธิภาพมากมายเลยทีเดียว มีส่วนสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี ปรับฮอร์โมนหญิงและชายได้เป็นอย่างดี (ตรงนี้แหละที่เกิดการชะลอความแก่ เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดี) กระตุ้นการทำงานของกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยและขับถ่ายดีขึ้น เสริมภูมิต้านทานมากขึ้น ลดภูมิแพ้ ต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เป็นต้น เสริม เพิ่มประสิทธภาพการทำงานของหัวใจให้แข็งแรงขึ้น เมื่อการทำงานของหัวใจแข็งแรง ระบบไหลเวียนก็ดีขึ้น อีกลักษณะหนึ่ง ออยส์เตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจตีบ ออยส์เตอร์มีจุดเด่นในการขยายหลอดเลือด หลอดเลือดดีขึ้น การทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อมีความต่อเนื่องที่ดีขึ้นรวมทั้งมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีอาการของโรคชัก และอีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับสุภาพบุรุษก็คือการเสริมบำรุง และซ่อมแซมต่อมลูกหมากให้แข็งแรงมีชีวิตชีวาที่ชัดเจนมาก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น ส่วนสุภาพสตรีก็จะเสริมบำรุงให้ระบบประจำเดือนเป็นปรกติให้มากที่สุด

ส่วน “ถั่งเฉ้า” ย้ำอีกครั้งว่า การบำรุงปอดเป็นเอกลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่ที่เคยมีปัญหากับระบบภูมิต้านทาน เมื่อกินถั่งเฉ้าจะพบกับการขับพิษที่รุนแรงจากการไอมากขึ้น มีเสมหะเพิ่มขึ้น เป็นการขับพิษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นจากการกินหลินจือมาแล้ว นั่นหมายถึงเสริมภูมิต้านทานของเราให้แข็งแรงขึ้นชัดเจนมาก เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจให้แข็งแรงขึ้น เมื่อหัวใจแข็งแรง ระบบสูบฉีดเลือดก็แข็งแรง เมื่อระบบเลือดแข็งแรง ระบบอวัยวะภายในก็แข็งแรง แต่ละระบบจะเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันให้แข็งแรงไปตามธรรมชาติ

ถึงตอนนี้ เชื่อว่าพวกเราพอจะมองออกและเข้าใจดีขึ้นว่า แต่ละคน ควรจะกินหลินจือคู่กับตัวไหนดี? สำหรับบางคนก็ควรจะมีการปรับลด-เพิ่ม แต่ละตัวดูว่า เมื่อกินคู่กับหลินจือ ตัวไหนให้ประสิทธิภาพกับตัวเราดีที่สุด ชัดเจนที่สุด เพราะร่างการของแต่ละคนในการรับตัวยาจะแตกต่างกัน คนสองคนมีอาการเดียวกันแต่คนหนึ่ง กินหลินจือคู่กับออยส์เตอร์ได้ผลชัดเจนดี แต่อีกคนกลับไม่ได้ผลดีนัก ต้องกินคู่กับถั่งเฉ้าจะชัดเจนมาก

สุดท้าย ขอให้สมาชิกครอบครัวกาโน จงมีสุขภาพแข็งแรงยิ่งๆขึ้น เป็นหนุ่มสาวมากขึ้น จากผลิตภัณฑ์ 4 ตัวควบคู่กันแล้วจะเป็น กระบวนการ …

ดับเบิ้ลทวินแอ็คชั่น…แล้วดับเบิ้ลทวินแอ็คชั่น ๆๆๆๆๆๆ  …..  ไม่รู้จบ…

 

 

กาโนรักคุณ สิงหาคม 2551

22 ส.ค. 2013 ประสบการณ์จากผู้ใช้ : ผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาต

ผู้ป่วย : นายสวอง ชัยมีแรง

ที่อยู่ หลังโรงพยาบาลกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ประวัติการป่วย : ป่วยเป็นโรคอัมพาต

Case-1306-1

นายสวอง ชัยมีแรง เป็นโรคเบาหวานมานาน มีอาการวูบบ่อย และเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย ขณะทำเล้าไก่แล้วล้มฟุบเพราะเส้นเลือดในสมองตีบจนเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลิ้นจุกปาก และต้องให้อาหารทางสายยาง

ขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในตัวจังหวัดศรีสะเกษ ได้เริ่มรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์ โดยให้ยาทางสายยางในโรงพยาบาล ซึ่งผู้แนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิดโดย คุณสุทธิภัทร์ และคุณสุภิชา

ตำรับยาที่ใช้

มื้อเช้า-บ่าย :  3 ราก 2 ดอก 1 สกาโน 3 ส้มแขก โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และตามด้วยกาโนซีเรียล

มื้อค่ำ : 3 ราก 1 สกาโน 3 ส้มแขก 1 ถั่งเฉ้า  โดยผสมลงในกาโนช็อกโกแลต และดื่มกาแฟกาโน 3in1

ระหว่างมื้อ รับประทานออยสเตอร์ 1 แพ็ค 8 แคบซูล ครั้งละ 1 แคปซูล วันเว้นวัน ต่อจากนั้น 3 วัน 1 แคปซูล ใช้ ชากาโนล้างสายยาง 

Case-1306-2

ระยะเวลา 3 วัน ออกจากโรงพยาบาลได้

8 วัน เริ่มหัดเดิน

12 วันถอดสายยางได้

1 เดือน 4 วัน เดินได้เป็นปกติ

 

อาการป่วยหายดีขึ้นด้วยการรับประทานตำรับยาหลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์  ซึ่งจะต้องมีการปรับการรับประทานตามวิธีที่แนะนำซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรค

 

กาโนรักคุณ  มิถุนายน  2556

20 ส.ค. 2013 ประสบการณ์จากผู้ใช้ : ผู้ป่วยม้ามโต ท้องโต เดินไม่ได้ เป็นมาแต่กำเนิด

ผู้ป่วย : ด.ช.วุฒิชัย ไชยชุม

อายุ 5 ปี  ต.คีมใหญ่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ

ประวัติการป่วย : ม้ามโต ท้องโต เดินไม่ได้ เป็นมาแต่กำเนิด

case-1304-1-1

ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่เกิด แต่อาการไม่ดีขึ้น หมอโรงพยาบาลไม่ทราบสาเหตุ กระทั่งได้รับประทานหลินจือโดยการดูแลของ คุณวรชัย น่าบัณฑิต โดย..

วันที่ 29 ส.ค.52 (ช่วงแรก) รับประทาน  1 ราก ช็อกโกแลตครึ่งซอง แกะแคปซูล เช้า-เย็น

วันที่ 3 ก.ย.52 (วันที่ 6) รับประทาน  1 ราก 1 ดอก 1 สกาโน ช็อกโกแลต เช้า-เย็น

วันที่ 6 ก.ย.52 (วันที่ 9) รับประทาน  2 ราก 2 ดอก 1 สกาโน ช็อกโกแลต เช้า-เย็น

อาการดีขึ้นตามลำดับแต่ยังลุกขึ้นเดินไม่ได้ ทาง CEO จึงได้ปรับวิธีรับประทานใหม่ โดย

วันที่ 27 ธ.ค.52  รับประทาน  2 ราก 1 ดอก 1 สกาโน และกาแฟกาโน 2 มื้อ เช้า-เย็น

ประมาณ 2 สัปดาห์ ท้องเริ่มยุบแต่ยังไม่นิ่ม อารมณ์ดีสุขภาพเริ่มแข็งแรง กำลังหัดยืนและหัดเดิน

หลังจาก 3 สัปดาห์ สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่ยังอ่อนกำลัง ยืนทรงตัวได้แต่ยังเดินไม่ได้

case-1304-1-2

หลังจาก 10 เดือน ได้ปรับยาใหม่อีกครั้งเป็น  2 ราก 1 ดอก 1 สกาโน 1 ส้มแขก เช้า-บ่าย (3 โมง)–ค่ำ (1ทุ่ม) และดื่มกาแฟสกาโน 2 ซองโดยแบ่งเป็น 3 แก้ว ดื่มพร้อมรับประทานยา 3 มื้อและเสริมด้วยการดื่มช็อกโกแลต

ทำให้ท้องยุบลงและนิ่ม กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้น ร่างกายสมบูรณ์กระทั่งปัจจุบัน

 

 

กาโนรักคุณ  เมษายน  2556